Woman's Story Magazine *-* นิตยสารออนไลน์สำหรับผู้หญิง
ร่วมงานกับเรา


 

นาทีที่ได้กราบพ่อแม่

ชลลดา เมฆราตรี

 

            เรื่องที่ดีมากๆ และดีที่สุดในชีวิต คงจะเป็นการที่เราทำให้คุณพ่อคุณแม่ภาคภูมิใจในตัวเรา(ยิ้ม) มันไม่มีความสุขกายสบายใจไหนๆ ที่ดีเท่ากับการที่เรารู้ว่า คุณพ่อคุณแม่ของเราภูมิใจในตัวเราหรอกค่ะ มันปลื้มใจสุดๆ คือ เก๋มีโอกาส ในช่วงวันตรุษจีน ที่ตรงกับวันวาเลนไทน์พอดี มีโอกาสได้เข้าไปกราบคุณพ่อคุณแม่ในวันนั้น ซึ่งปกติๆ วาเลนไทน์ทุกๆ ปีที่ผ่านมา เราก็จะรอแต่หนุ่มๆ จะเอาดอกไม้มาให้เรา(หัวเราะ) แต่คราวนี้เราขอเป็นฝ่ายให้บ้าง แต่ไม่ได้ให้หนุ่มๆ เรามอบดอกไม้ให้คุณพ่อคุณแม่เราเอง อืมม์...ความจริงเก๋มอบดอกไม้ให้คุณพ่อคุณแม่ทุกปีติดต่อกันมา 5-6 ปีแล้ว แต่ปีนี้นับว่าเป็นโอกาสดี เพราะวาเลนไทน์กับตรุษจีนตรงกันพอดี แล้วเราก็มีโอกาสได้หยุดงานมากหน่อย ก็เลยมีเวลาได้อยู่กับครอบครัวเยอะกว่าปกติ

 

            วันนั้นก็เข้าไปกราบคุณพ่อคุณแม่ มอบดอกไม้ให้ท่าน แล้วก็บอกท่านว่า เก๋ขอโทษนะคะ ที่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาให้ท่านเลย ทำแต่งานๆๆ แล้วก็งาน แล้วถ้าเก๋เคยทำอะไรให้ไม่สบายใจ ก็ขอโทษด้วยนะคะ อะไรประมาณนี้(ยิ้ม)  เพราะก่อนหน้านี้ เก๋ได้ไปนั่งสมาธิ แล้วพระท่านสอนว่า พระอรหันต์ที่ดีที่สุดก็คือ พระที่อยู่ที่บ้านของเรา ซึ่งก็คือคุณพ่อคุณแม่นั่นเอง แล้วไม่ว่าเราจะยกมือไหว้ใคร ที่ไหนก็ตาม ก็ไม่เท่ากราบคุณพ่อคุณแม่เรา เลยเป็นที่มาของการที่เข้าไปกราบ และมอบดอกไม้ให้คุณพ่อคุณแม่ในวันนั้น ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ทั้งตรุษจีน ซึ่งเป็นวันสำคัญของชาวจีน และเป็นวันแห่งความรักด้วย

 

            จริงๆ แล้วต้องยอมรับว่า เก๋เองก็เป็นคนดื้อเหมือนกัน บางครั้งก็จะไม่เชื่อฟังบ้าง เถียงบ้าง(ยิ้ม) เพราะเราเองมีความเชื่อมันในความคิดของเราเองด้วย ก็เลยใช้โอกาสวันนั้นขอโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วยเลย ขอโทษที่เก๋ดื้อ ขอโทษที่เถียง ไม่ฟัง แล้วก็ทำให้ท่านหนักอกหนักใจ ไม่สบายใจ อีกอย่างก็ขอโทษที่เก๋ไม่มีเวลาดูแลท่านเท่าที่มันควรจะเป็น...แล้วคำพูดของคุณพ่อคุณแม่ที่ตอบกลับมา มันก็ทำให้เก๋รู้สึกดีมากๆ ท่านบอกว่าไม่ต้องห่วง เพราะเก๋ไม่เคยทำให้พ่อกับแม่เสียใจเลยสักครั้ง พ่อกับแม่ดีใจเสมอที่เก๋เป็นแบบนี้ อืมม์...แล้วคุณพ่อจะเป็นคนค่อนข้างสวีท ท่านก็พูดว่า เก๋ไม่เคยทำให้ป๊าเสียใจเลยนะลูก ส่วนคุณแม่จะตรงข้าม จะติดตลกๆ หน่อย ท่านก็พูดว่า โอ๊ย..เป็นลูกสาวแม่ก็ต้องเป็นเด็กดีอยู่แล้ว อะไรประมาณนั้น ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ(ยิ้ม)

 

ทีนี้เราก็กลับมาคิดๆ ดูว่า โลกนี้ไม่มีใครที่รักและยอมรับในสิ่งที่เราเป็นได้มากเท่ากับพ่อแม่เราแล้วจริงๆ นี่ทั้งๆ ที่เราเองไม่ค่อยมีเวลาให้ท่านเลย ไม่ได้ดูแลท่านเท่าไหร่ ปล่อยให้ท่านอยู่กันสองคน ท่านก็ยังไม่เคยโกรธเราเลย กลับเข้าใจเราซะอีกว่าที่เป็นแบบนั้น เพราะอะไร แถมยังคอยเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ให้เราก้าวต่อไปเสมอ...ตอนแรก ก็คิดว่าจะพูดกันเล่นๆ นะ แต่เอาเข้าจริงๆ วันนั้นพอพูดไปพูดมา กลายเป็นน้ำตาคลอกันเลย ซึ้งมากๆ วันนั้น แล้วก็รู้สึกอบอุ่นมากๆ ด้วยค่ะ (ยิ้ม)