Woman's Story Magazine *-* นิตยสารออนไลน์สำหรับผู้หญิง
ร่วมงานกับเรา


 

Working Woman

สุวรรณา อัครพงษ์พิศักดิ์

ผอ.ฝ่ายการตลาด บริษัท เบอร์แทรมเคมิคอล (1982) จำกัด

 

            หากเอ่ยถึง เซียงเพียวอิ๊ว หลายคนคงนึกถึงหน้าของอากงใจดีใช่ไหมล่ะคะ และจากวันแรกจนถึงวันนี้ อากงใจดีได้อยู่คู่คนไทยมายาวนานแล้วค่ะ ภายใต้การนำทัพของหญิงเก่งคนนี้ คุณสุวรรณา อัครพงษ์พิศักดิ์ ทายาทรุ่นที่สอง ที่เข้ามาบริหารงาน พัฒนาและนำสิ่งใหม่เข้ามาให้กับ เซียงเพียวอิ๊ว 

            นอกจากฝีมือทางด้านการตลาดแล้วนั้น คุณสุวรรณายังได้ทุ่มเทให้กับอีกกิจกรรมหนึ่งคือ “Hope alive” ที่ช่วยบำบัดให้กับผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งเธอบอกว่า เป็นกิจกรรมที่ทำแล้วมีความสุข เพราะได้แบ่งปันความรักให้กับคนอื่นด้วยค่ะ

ก่อนหน้าที่จะเข้ามาบริหารอย่างเต็มตัวเคยทำงานด้านไหนมาก่อนไหมคะ

            คุณสุวรรณา : เคยทำ บ.เอเจนซี่ โฆษณาค่ะ(ยิ้ม) แล้วก็มาทำเสื้อผ้าแฮงเทน แล้วก็ทำสับปะรด กระป๋องส่งออกค่ะ ก็จะอยู่ในสายงานการตลาดมาโดยตลอดค่ะ จนมาที่นี่ก็ยังดูแลด้านการตลาดอยู่ ค่อยๆมาที่นี่เรื่อยๆค่ะ เมื่อก่อนที่ บ.เบอร์แทรม จะไม่มีการตลาดค่ะมีแต่โรงงานแล้วก็ขาย พอเข้ามาถึงก็คือมาทางด้านการตลาด ลูกค้าในระดับไหนก็ตามเป็นจุดโฟกัสสำคัญ ในการทำงาน ตั้งแต่ร้านขายยาก็คือลูกค้า ลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ โมเดิร์ลเทรดก็คือลูกค้า ก็คือลูกค้า เพราะฉะนั้นเข้ามาเริ่มต้นด้วยการทำสำรวจ แล้วก็ดูว่า บริษัทเรามีอะไรที่พบกับความต้องการของลูกค้าได้ ก็ลุยทำเลยค่ะ จากวันแรกจนถึงวันนี้ก็ประมาณ 15 ปีแล้วค่ะ(ยิ้ม)  ก็รับหน้าที่ดูและส่วนของงานขายและการตลาด เรียกว่าเป็นรุ่นที่ 2 ต่อจากรุ่นคุณพ่อ

จากรุ่นสู่รุ่นจนถึงวันนี้ เซียงเพียวอิ๊ว มีการพัฒนาอย่างไรบ้างคะ

            คุณสุวรรณา : กว่า 60 ปีแล้วค่ะ ก็รู้สึกดีใจและภูมิใจ ที่มาจนถึงทุกวันนี้ (ยิ้ม)  สมัยรุ่นคุณพ่อ บริษัทก็ยังไม่ใหญ่ขนาดนี้ แล้วก็ยังไม่ได้อาศัยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ขนาดนี้ คู่แข่งขันก็ไม่ได้เยอะ คือต้องดูประวัติศาสตร์ของแต่ละบริษัทจะคล้ายๆกันหมด เพราะว่าประเทศพอเริ่มพัฒนา จะมีแค่โรงงานกับฝ่ายขาย ผลิตอะไรได้ก็ต้องขาย จ้างคนที่ขายเก่งๆเท่านั้นเอง ในตลาดไม่ได้มีอะไรมาก คนเห็นคนก็อยากจะซื้ออยู่แล้ว พอพัฒนามาเรื่อยๆ ก็ถึงยุคของการตลาด เริ่มมีตัวเลือกหลายยี่ห้อ เพราะฉะนั้นพูดอย่างเดียวคนก็ไม่เอาแล้ว การทำตลาดคือไม่ใช่ว่าเราทำผลิตอะไรแล้วไปขาย ต้องอยู่ที่ว่าลูกค้าอยากได้อะไร เราจะผลิตไปขาย กลับกันไปเลยค่ะ มายุคการตลาดต้นๆ ก็เริ่มต้องมีจิตวิทยาสำหรับลูกค้า การตลาดเริ่มเข้ามา คือศึกษาจิตวิทยาของผู้บริโภค ต้องมีการทำอะไรเพื่อสังคม เพราะทุกคนเกี่ยวพันกัน ไม่ได้มีใครคนใดคนหนึ่ง ได้ดี แล้วอีกคนหนึ่งแย่ อีกคนได้ดีแล้วก็ต้องกลับมาช่วยสังคม ก็ค่อยๆไป พัฒนาไปเรื่อยๆ

คุณสุวรรณา : จากยุคเริ่มแรกก็พัฒนาไปทีละขั้นจนตอนนี้ก็มาไกลแล้ว และก็ต้องไปอีกเรื่อยๆ คือไม่หยุด เพราะมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ การเปลี่ยนแปลงมีอยู่ทุกวัน คนเราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อย่างพี่ที่เป็นคริสเตียน ก็ต้องขอบคุณพระเจ้า ที่ความคิดเราเปลี่ยนไม่มาก เพราะเปลี่ยนมากๆเราก็งงเหมือนกัน

 

มีวิธีการปรับตัวอย่างไรในการเข้ามาบริหารงานคะ

            คุณสุวรรณา : การปรับตัวมีอยู่ตลอดเวลาจนไม่รู้ว่าจริงๆแล้วปรับตัวไปตอนไหน (หัวเราะ) เพราะค่อยๆปรับจนไม่รู้ตัว อีกอย่างคือการทำงานไม่ค่อยแตกต่างกับงานเก่า เพราะสายงานหรือการทำงานจะคล้ายๆกัน คือสายการตลาดเหมือนกัน

หลักในการทำงานล่ะคะ

            คุณสุวรรณา : หลักในการทำงาน สิ่งที่ทำก็คือ เป็นความจริงใจ ในการแก้ไขปัญหาหรือว่าอุปสรรคที่เกิดขึ้น ก็ว่ากันไปตามอุปสรรคหรือปัญหาที่เกิดขึ้น ก็มีแต่ความจริงใจและความพยายามที่จะเข้าใจในทุกๆเรื่องราว แล้วก็ซื่อสัตย์กับตัวเองและองค์กร ซื่อสัตย์กับลูกน้องและคำพูดของเราเอง ถึงแม้ว่าไม่มีใครมาทำอะไรเราได้ก็ตาม เพราะพื้นฐานของชีวิตคือความซื่อสัตย์

แล้วมีวิธีผ่านพ้นอุปสรรคในการทำงานอย่างไรคะ

            คุณสุวรรณา : ต้องอยู่ที่ว่าอุปสรรคหรือปัญหาเรื่องอะไรด้วยนะคะ ถ้าเป็นเรื่องข้างนอกองค์กรก็คงต้องมาประชุมกัน กับทีมงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็เจาะลึกว่าอุปสรรคมาจากไหน เราแก้ไขได้ไหมหรือว่าแก้ไขไม่ได้ ถ้าแก้ไม่ได้ เราก็ต้องมาปรับอย่างอื่นของเราแทนค่ะ

ทำงานเยอะๆแน่นอนว่าต้องสะสมความเครียด มีทางออกสำหรับเรื่องนี้อย่างไรคะ

คุณสุวรรณา : ปกติแล้วก็ไม่ค่อยเครียดค่ะ(ยิ้ม)  คนอื่นที่อยู่รอบๆตัวจะเครียดมากกว่าค่ะ ที่จริงไม่มีเคล็ดลับที่ทำงานอย่างไรแล้วไม่เครียด พอมีคนมาถามก็จะตอบว่า เครียดไปก็ไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ที่ทำให้เครียดได้ เอาเวลากลับมาวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นดีกว่า ว่าสิ่งนั้นเราทำให้มันเปลี่ยนแปลงได้หรือเปล่า หรืออะไรที่เปลี่ยนได้บ้างก็จะทำ ทุกๆปัญหาหรืออุปสรรคจะมีอะไรที่ทำให้เปลี่ยนแปลงได้แน่นอน จุดสำคัญคือต้องแยกแยะให้ออกว่าอะไรเปลี่ยนแปลงได้ อะไรเปลี่ยนแปลงไม่ได้ อะไรที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนใจตัวเองให้ยอมรับ ว่ามันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ข้อสำคัญคือต้องอาศัยสติปัญญา ที่จะรู้ว่าอะไรเปลี่ยนแปลงได้ อะไรเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ถ้ามัวแต่ไปเสียเวลากับอะไรที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ มันก็เสียเวลาเปล่าๆ และไม่เกิดประโยชน์อะไร จริงๆแล้วไม่ใช่เคล็ดลับ แต่เป็นเส้นผมบังภูเขา ซึ่งบางคนที่คิดไม่ถึงก็อาจจะเครียด (ยิ้ม)

ในอนาคตวางแผนการทำงานหรือคิดอยากทำอย่างอื่นเพิ่มเติมอีกไหมคะ

            คุณสุวรรณา : ที่คิดอยากจะทำก็เริ่มทำแล้วค่ะ คือทำ Group Counselling ให้คำปรึกษาคนที่เป็นโรคซึมเศร้า ก็คือไปอบรม เรื่อง “Life Counselling” มาค่ะ ชื่อว่า “Hope alive” ทำมาก็ 2 กลุ่มแล้ว ซึ่งจริงๆไม่ใช่งานงานอดิเรกนะแต่ชอบและทุ่มเทให้ด้วย คืออยากจะช่วยคน เวลาที่เห็นเขาซึมเศร้า เป็นอะไรที่น่าสงสารมาก ซึ่งผลจาก 2 กลุ่มก็ดีมากๆ ด้วยค่ะ ตอนนี้ก็จะเริ่มทำกลุ่มที่ 3 แล้ว นอกจากนี้ก็มีแปลหนังสือด้วยค่ะ(ยิ้ม) เนื้อหาก็จะเกี่ยวกับกลุ่มที่ทำอยู่ เพราะว่า อ่านแล้วก็พอที่จะช่วยคนที่เป็นโรคซึมเศร้าได้ เนื้อหาก็จะเป็นในเรื่องเกี่ยวกับอารมณ์และเรื่องของการถูกทำร้าย สำหรับคนที่ป่วย ที่จริงแล้วเราทุกคนป่วยหมด แต่บางคนเขาโชคไม่ดีกว่า ตรงที่เขาโดนมากกว่า ก็เลยจะแปลหนังสือเหล่านี้ให้ได้อ่านด้วย

 

*** ติดตามบทความทั้งหมดในฉบับที่ 245 จากนิตยสาร