Woman's Story Magazine *-* นิตยสารออนไลน์สำหรับผู้หญิง
ร่วมงานกับเรา


 

Working Woman

นิดา รสรื่น

หญิงแกร่งแห่งสถานสงเคราะห์สัตว์ บ้านแสงตะวัน

           

ชีวิตทุกชีวิตย่อมต้องการความรักกันทั้งนั้น ไม่ใช่แค่มนุษย์เพียงอย่างเดียว สัตว์ก็ต้องการความรักด้วยเช่นกันค่ะ ฉบับนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับบุคคลที่อุทิศตัวเพื่อช่วยเหลือสัตว์ด้วยชีวิต บุคคลที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ หลายคนอาจจะรู้จักกันมาบ้างแล้ว เธอคือ ป้านิดา หรือ นางนิดา รสรื่นป้าผู้ใจบุญที่ตอนนี้เลี้ยงสุนัขและสัตว์อื่นๆอยู่อีกกว่าหลายร้อยชีวิต ทั้งๆที่ตัวของป้านิดาเองนั้นไม่ได้เพียบพร้อมทั้งทรัพย์สินเงินทอง อีกทั้งอายุอานามก็มากขึ้นทุกวันอีกด้วย แต่ที่พร้อมทุกเวลาคือความรัก ที่มีอยู่เต็มเปี่ยม และพร้อมที่จะให้กับสัตว์ทุกตัวที่อยู่ใต้ชายคาบ้านแสงตะวัน

 

            แรกเริ่มเดิมทีก่อนที่ป้านิดาจะมาเลี้ยงสุนัขอย่างเต็มตัวนั้น ป้านิดา และสามี ลุงสัญญา ทำงานประจำที่ศูนย์ประภาคารปัญญา เป็นศูนย์ที่ช่วยฝึกเด็กปัญญาอ่อนย่านตลิ่งชัน ป้านิดาเป็นแม่บ้าน ส่วนลุงสัญญาทำงานเป็นคนสวน ขณะนั้นทั้งคู่ก็ได้เริ่มเลี้ยงสุนัขมาก่อนแล้วแล้วบ้าง เพราะความที่เป็นคนรักสัตว์ของทั้งคู่ เมื่อเจอสุนัขจรจัดตามข้างถนนก็จะเก็บมาเลี้ยง เพราะความสงสาร แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร จนกระทั่งออกลูกหลาน เพราะป้านิดาไม่ได้ทำหมันให้สุนัข จึงมีเพิ่มขึ้นมา นั่นเป็นสุนัขกลุ่มแรกเมื่อตอน 30 ปีที่แล้วที่ป้านิดาได้เก็บมาเลี้ยง

 

            พอนานวันเข้าสุนัขที่ป้านิดาเลี้ยงไว้นั้นมีเพิ่มมากขึ้น ทั้งกลุ่มเก่าที่เก็บมาเลี้ยงเอง และกลุ่มใหม่ๆ ที่เพิ่มมาเรื่อยๆ เนื่องจากว่ามีคนเข้าใจผิดว่าที่บ้านของป้านิดานั้นเปิดเป็นสถานรับเลี้ยงสุนัข บ้างก็เอามาฝากซึ่งๆหน้า บ้างก็ใส่ถุงไว้มาวางไว้หน้าบ้าน ด้วยความใจบุญของป้านิดาและคุณลุงสัญญา(สามีป้านิดา) ก็ต้องรับไว้เพราะสงสาร หากปล่อยไปแล้วก็ไม่รู้ชะตากรรมของพวกเขาจะเป็นอย่างไร จึงได้รับสุนัขเหล่านั้นมาเลี้ยงไว้จนเพิ่มมากขึ้น

 

จำนวนสุนัขเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นย่อมตามมา รายได้จากการเป็นแม่บ้านนั้นอาจจะไม่เพียงพอกับการเลี้ยงดูเจ้าสุนัขพวกนี้ ทำให้ทั้งป้านิดาและลุงสัญญา ต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้น โดยที่กลางวันต้องไปทำงานที่ศูนย์ประภาคารปัญญา ส่วนตอนกลางคืนก็ต้องมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รปภ. ในระแวกใกล้ๆบ้าน ทุกเช้าก่อนไปทำงาน ต้องตื่นมาให้อาหารซึ่งก็ค่อนข้างที่จะใช้เวลานานพอสมควร ทำให้ป้านิดาไปทำงานสายอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความเกรงใจผอ.ทางศูนย์ จึงต้องลาออกมาและมาเลี้ยงสุนัขอย่างถาวรจนถึงปัจจุบัน

 

            เมื่อก่อนป้าก็พอมีเงินจะเลี้ยงพวกเขาค่ะ แต่พอเริ่มมีมากกว่า 50 ตัวแล้ว ก็ต้องเริ่มทำงานเพิ่ม พักหลังๆป้าไปทำงานสายบ้าง เกรงใจ ผอ. เพราะว่าเป็นแม่บ้านต้องไปทำงานก่อนทุกคน ทำงานแต่เช้าก่อนเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ป้าก็ไปสายบ่อย จนผอ.บอกป้าว่า นี่สองครั้งแล้วนะ ถ้ามีครั้งที่สามจะทำยังไง ป้าก็บอกไปว่าถ้ามีครั้งต่อไปจะลาออกค่ะ ก็ไม่ถึงเดือนหลังจากนั้นก็ต้องลาออกค่ะ เพราะป้าก็ไปสาย มันจำเป็นจริงๆค่ะ แล้วอีกอย่างก็เกรงใจ ก็เลยลาออกมาเลี้ยงสุนัขอย่างเดียวค่ะ

 

            บรรดาสัตว์ทั้งหลายที่มาอยู่ที่บ้านป้านิดานั้น หลังจากที่ได้เก็บสุนัขมาเลี้ยงเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ก็มีตามมาเรื่อยๆ ทั้งสุนัขและแมว ทั้งจรจัดไม่มีเจ้าของ รวมถึงมีคนเอามาให้ ป้านิดาเล่าให้ฟังว่ามีคนเอามาทิ้งเยอะมาก บางคนก็บอกกับป้าว่ามีความจำเป็นที่เลี้ยงพวกเขาต่อไม่ได้ เพื่อนบ้านตำหนิบ้าง ว่าเห่าเสียงดัง สร้างความเดือดร้อนให้กับคนข้างบ้าน เหล่านี้ป้านิดาเรียกข้ออ้าง เพราะเขาตั้งใจจะทิ้งแล้ว เพราะเขาไม่รักสัตว์เหล่านี้แล้วทั้งนั้น เขาจึงทิ้งสัตว์พวกนี้ไป

 

ที่มาใหม่ๆ ก็มีแต่คนเอามาให้ทั้งนั้นเลย เขาก็เอามาปล่อย ก็สงสารเขาค่ะ ถ้าไม่รับไว้เขาก็ต้องเอาไปทิ้งที่อื่น ก็ไม่รู้ว่าชะตากรรมจะเป็นอย่างไร อยู่กับเราก็แล้วกัน ถึงแม้จะอดๆอยากๆ แต่ก็ยังมีเราที่คุ้มครองเขาอยู่ อย่างน้อยเราก็รู้ว่าเขาอิ่ม ไปอยู่ข้างถนนก็ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นอย่างไรต่อ ก็คิดแต่แบบนี้ค่ะ มันถึงได้เพิ่มขึ้นๆ ป้าก็ได้แต่พูดกับคนที่เอามาให้ว่า คุณก็เห็นนะว่าป้าก็แก่แล้ว ไม่มีความเมตตาสัตว์กับคนแก่บ้างเลยเหรอ แต่ถึงอย่างไรเขาก็จะฝาก ก็จะทิ้งค่ะ ก็แล้วแต่เขาค่ะ จิตใจเขาจะทิ้งอยู่แล้วนะ ให้สวยน่ารักแค่ไหนก็จะทิ้ง

 

นอกจากสุนัขและแมวแล้ว ที่บ้านของป้านิดายังมีสัตว์อื่นๆอีก อย่างเช่น หมูป่า, ไก่, เป็ด ซึ่งสัตว์เหล่านี้ป้านิดาได้ไปไถ่ชีวิตพวกเขามาทั้งนั้น เพราะเขากำลังจะถูกฆ่าเพื่อนำไปเป็นอาหาร ด้วยความสงสารป้านิดาก็ไปขอซื้อเขามา แล้วก็นำมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้ตามไปซื้อเสียหมดทุกที่ ถ้ากรณีไหนที่รู้ก็จะไปไถ่ชีวิตเขามาแล้วก็เอามาเลี้ยงไว้ที่บ้านหลังนี้เช่นเดียวกับสัตว์ตัวอื่นๆ           

 

ทุกวันป้านิดาต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อที่จะมาเก็บกวาดทำความสะอาดบริเวณกรงสุนัข แมว และสัตว์ต่างๆ ซึ่งจะแบ่งบริเวณกับลุงสัญญา ณ ปัจจุบันที่บ้านป้านิดามีสุนัข 400 ตัว แมวร่วม 200 ตัว นอกจากนั้นก็จะเป็น ไก่ เป็ด หมูป่า อีกจำนวนหนึ่ง เนื่องจากสัตว์ต่างๆมีอยู่มาก ป้าและลุงจึงต้องแบ่งบริเวณกันรับผิดชอบ เมื่อทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยก็ต้องให้อาหารโดยลุงสัญญาจะเป็นคนหุงข้าวและเตรียมอาหารเพื่อที่จะมาให้สัตว์เลี้ยงทั้งหมด หลังจากให้อาหารเสร็จแล้ว ก็ยังไม่วายจะต้องมาทำความสะอาดอีก เพราะความสะอาดจะต้องมาก่อน

 

ตั้งแต่เช้าตี 5 ตื่นขึ้นมาต้องทำความสะอาดก่อนค่ะ ลุงก็จะเป็นคนหุงข้าว ต้องแบ่งกันทำเพราะมันค่อนข้างเยอะแล้วทำอยู่แค่สองคนลุงกับป้า ไม่ได้หยุดได้หย่อนเลยค่ะ 4-5 ทุ่มถึงจะได้นอน ตอนเช้าทำแล้ว ตอนเย็นๆก็ต้องทำอีกค่ะ เพราะมันจะเละตลอด ต้องทำความสะอาดตลอดเวลาทั้งวันเลยค่ะ ดึกๆถึงจะเข้านอน

 

            อาหารที่ใช้เลี้ยงสุนัขและสัตว์อื่นๆในแต่ละวันนั้นใช้เป็นจำนวนมากเลยทีเดียว ทั้งข้าวคลุกและอาหารเม็ดเป็นเงินหลายพันบาทต่อวัน ส่วนป้านิดาและลุงนั้นทานอาหารแค่วันละมื้อเท่านั้น ป้านิดาเล่าให้ฟังว่า หน้าที่ที่ต้องทำในแต่ละวันนั้นก็กินเวลาไปค่อนข้างเยอะแล้ว มีเวลาที่จะมาทานข้าวแค่มื้อเดียวเท่านั้น มื้อละ 30 บาท ทานแค่นี้ก็อิ่มแล้ว หรือในบางครั้งผู้ที่มาเอาของมาบริจาคก็ใจดี ไม่ใช่แค่นำเงินมาให้แล้ว ยังซื้ออาหารการกินมาฝากป้านิดาอีกด้วย ทำให้ป้านิดาเห็นก็รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ กับน้ำใจที่พวกเขามีให้กับป้านิดา

 *** ติดตามบทความทั้งหมดในฉบับที่ 251 จาก