Woman's Story Magazine *-* นิตยสารออนไลน์สำหรับผู้หญิง
ร่วมงานกับเรา


จันทิมา กำปั่นทอง...ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์ความงามแบรนด์ HABA  บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด

 

 

จันทิมา กำปั่นทอง

ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์ความงาม แบรนด์ HABA

บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด

 

ใครที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ คงคุ้นหูกับรายการแนะนำสินค้าชื่อดัง อย่าง ทีวีไดเร็ค ที่มีสินค้าแปลกใหม่มาแนะนำเสมอ ไม่ว่าจะเครื่องออกกำลังกาย เครื่องใช้ในครัวเรือน ผลิตภัณฑ์ความงามต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้า โดย 1 ในผู้ที่มีส่วนการตัดสินใจอย่างมากกับการนำสินค้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่นชอบงานด้านการตลาดมาก และมีความสุขกับงานที่ทำตลอดเวลา อย่าง คุณยุ้ย-จันทิมา กำปั่นทอง เมื่อ 7 ปีที่แล้ว เธอเป็นเจ้าหน้าที่จัดซื้อของบริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด แต่วันนี้เธอได้รับมอบหมายงานที่ท้าท้ายเพิ่มขึ้นกับตำแหน่ง ผู้อำนวยการแบรนด์ HABA แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามน้องใหม่ในไทย ที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน แต่กลับมีกระแสตอบรับที่ดีมาก เราจึงจะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักเธอ และพูดคุยเกี่ยวกับเคล็ดลับการทำงานของสาวเก่งคนนี้กันค่ะ...

จุดเริ่มต้นของชีวิตการทำงานมีความเป็นมาอย่างไรคะ

ยุ้ยเรียนจบโดยตรงทางด้านการตลาด หลังจากจบใหม่ๆ เมื่อช่วง 7-8 ปีที่แล้ว ก็ได้มีโอกาสทำงานโรงแรมอยู่พักหนึ่ง ทำงานในส่วนของการตลาด แต่ทำอยู่ที่นั่นแค่ช่วงสั้นๆ พอหลังจากออกจากตรงนั้น ก็มีโอกาสได้เข้ามาร่วมงานกับบริษัท ทีวี ไดเร็ค อยู่ในส่วนของจัดซื้อ จัดหาสินค้าและทำการตลาดสินค้า ทำตรงนั้นมา 7 ปี ก่อนจะได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการแบรนด์ HABA ซึ่งต้องบอกเลยว่า ยุ้ยไม่เคยทำแบรนด์ที่เป็นคอสเมติคหรือสกินแคร์มาก่อน สินค้าในทีวี ไดเร็คมีหลากหลายมากก็จริง แต่แบรนด์ HABA ถือว่าเป็นแบรนด์แรกๆเลยล่ะ แต่ทางผู้ใหญ่อาจจะเห็นว่าเราเป็นคนชอบเรื่องความสวยความงามอยู่แล้ว และยุ้ยก็เคยดูในส่วนของสินค้ากลุ่มบิวตี้มาก่อน แต่สินค้าก่อนหน้านี้ไม่ได้แบรนด์เฉพาะแบบนี้ จะเป็นสินค้าที่นำเข้ามา ทำการตลาดรายปี แล้วก็ผ่านไปมากกว่า ซึ่งค่อนข้างที่จะท้าทายพอสมควร

การเป็นผู้อำนวยการแบรนด์ งานที่ต้องดูแลรับผิดชอบมีความยากง่ายมากน้อยแค่ไหนคะ

ก็งานค่อนข้างเยอะพอสมควรค่ะ ถ้าไล่ลงมาเลย ก็คงเริ่มจากดูแลสินค้า ติดต่อประสานงานกับเมืองนอก คือ ประเทศญี่ปุ่น ดูแลในส่วนของข้อมูลที่จะมาทำเป็นภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งเราต้องการนำเอาข้อมูลเหล่านั้นมา ติดต่อเขา จัดวางแผนงานการสั่งซื้อสิ้นค้าแต่ละตัว และดูแลแผนการตลาดทั้งหมดด้วย รวมถึงการประชาสัมพันธ์ด้วย ดูแลทุกอย่าง เบ็ดเสร็จในคนเดียว(หัวเราะ)

ที่มาของแบรนด์ HABA ล่ะคะ

จริงๆแล้ว แบรนด์ HABA เป็นแบรนด์ที่มีอยู่แล้วในญี่ปุ่น ทีนี้เนี่ยบริษัท ทีวี ไดเร็ค เราทำธุรกิจทางด้านไดเร็ค มาร์เก็ตติ้งมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร เราก็มีพันธมิตรในต่างประเทศค่อนข้างเยอะ โดยมีพันธมิตรท่านหนึ่งซึ่งอยู่ที่สิงคโปร์แนะนำให้เรารู้จักแบรนด์ HABA ซึ่งเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น ที่ชูจุดเด่นในเรื่องของธรรมชาติ ซึ่งพอพันธมิตรทางการค้าของเราแนะนำมาเช่นนั้น เราก็เริ่มหาข้อมูล ดูในเรื่องของผลิตภัณฑ์ การตลาด คุณสมบัติของสินค้าว่าเหมาะกับคนไทยหรือไม่ ซึ่งพอยุ้ยได้ทำการบ้าน ก็รู้จักกับสินค้ามากขึ้น และรู้สึกว่าสินค้าของ HABA น่าจะมีช่องทาง มีโอกาสในเมืองไทย จึงได้ทำการเจรจากับทางประเทศญี่ปุ่น เกี่ยวกับการนำสินค้าเข้ามาขาย

 

แสดงว่าคุณยุ้ยมีส่วนร่วมในแบรนด์ HABA มาตั้งแต่ต้นเลยใช่มั้ยคะ

ใช่ค่ะ ยุ้ยเข้ามาดูแลแบรนด์นี้ตั้งแต่แรกเลย ก็ตั้งแต่การศึกษาข้อมูล จนถึงการติดต่อกับทางประเทศญี่ปุ่น ต้องบอกก่อนว่า HABA เนี่ย เขาทำธุรกิจ จะดูที่ความสัมพันธ์เป็นหลัก การที่ประธานบริษัทของเขาจะเลือกใครหรือประเทศใดมาเป็นคู่ค้าของบริษัท เขาจะดูว่า ใครเป็นยังไง เข้าใจกันหรือเปล่า คิดไปในทางเดียวกันไหม ยุ้ยไปคุยกับเขา คุยกันเป็นปีนะคะ กว่าจะจบแบบลงตัวก็เกือบๆวันที่เราจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแบรนด์ เขาเรียกเราไปคุยจนมั่นใจว่าแนวคิดของเราตรงกับแนวคิดของเขา ไปด้วยกันได้ แนวทางทำธุรกิจเหมือนกันไหม ถึงจะตกลงกันได้ ทางเขาค่อนข้างที่จะละเอียดอ่อน แต่ในที่สุดทางเขาก็แฮปปี้มากที่เราเลือกช่องทางที่ถูก เพราะอยู่ที่นู่นเขาอาจจะมีแบบร้านค้าปลีกบ้าง มีแค็ตตาล็อคสินค้าบ้าง แต่เขาก็ยังไม่รู้ว่าตลาดเมืองไทยเป็นอย่างไร แต่ว่าวันนี้เนี่ย เราบอกเขาว่า เราใช้ตลาดไดเร็คมาร์เก็ตติ้งเป็นหลัก เขาก็แฮปปี้ที่เราสามารถแทรกตัวสินค้าเข้าไปในอีกตลาดหนึ่งได้ ไม่ได้ตามกระแส ทำเป็นร้านค้าปลีกหรือเคาน์เตอร์สินค้าในห้างเหมือนแบรนด์อื่นๆ

ทำไมถึงคิดว่า HABA จะสามารถทำการตลาดในเมืองไทยได้คะ

ต้องบอกก่อนว่า แบรนด์ HABA เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ แต่คำว่าธรรมชาติ ประเทศไทยมีหลายแบรนด์นะ ที่บอกว่ามาจากธรรมชาติ แต่ยุ้ยอยากบอกว่า HABA เป็นแบรนด์ที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งไม่เหมือนธรรมชาติแบรนด์อื่น เพราะว่าด้วยคอนเซ็ปต์ที่เราชูมาตลอด ตั้งแต่นำเข้าแบรนด์มา คือคำว่า มูเทงก้า ซึ่งเป็นปรัชญาของแบรนด์ที่ญี่ปุ่น คำว่ามูเทงก้าทำให้สินค้าของ HABA ต่างจากสินค้าจากธรรมชาติของแบรนด์อื่นๆ เพราะสินค้าของ HABA ปราศจาก 5 อย่าง ซึ่ง 5 อย่างเนี้ย เป็นอันตรายกับผู้หญิงทั้งหมดเลย ธรรมชาติของแบรนด์อื่น ยุ้ยไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร แต่ธรรมชาติของเรา จะไม่มี 5 ตัวนี้ ไม่มีสารกันเสีย ไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตราย ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสารตึงผิว และไม่มีน้ำมันเกรดต่ำ ทั้งหมดนี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ทำร้ายผิวของผู้หญิง

บางคนบำรุงผิว อาจจะเคยสงสัยว่า ชั้นใช้ของธรรมชาติ แล้วทำไมหน้าชั้นยังเป็นแบบนี้ มีริ้วรอย เพราะสินค้าเหล่านั้นมีส่วนผสมที่ทำให้ผิวเราได้รับอันตราย ไม่ว่าจะเป็นวันนี้หรือเป็นอนาคต เพราะอย่างพวกสารกันเสีย หรือสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิว ถ้าใช้ไปนานๆก็เกิดการสะสม ทำให้ริ้วรอย ร่องลึกและมะเร็งผิวหนังในอนาคตได้ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่เราเน้นคอนเซ็ปต์มูเทงก้ามาก โดยสินค้าที่เรานำเข้ามา ส่วนใหญ่จะเป็นออยล์หรือเป็นน้ำเบาๆ จะไม่เน้นครีมที่มันหนักๆ เพราะอากาศบ้านเราร้อนมาก ถ้าใช้แบบหนักๆก็จะรู้สึกเหนอะหนะมาก โดยส่วนผสมของแต่ละตัวที่เราพูดถึงบ่อยๆ ก็คือ Sasa Kurilensis หรือ น้ำสกัดจากใบไผ่ ซึ่งเหมาะกับอากาศร้อนๆบ้านเรามาก

 

*** สามารถติดตามบทความทั้งหมดได้จากนิตยสาร Woman’s Story ฉบับที่ 233