Woman's Story Magazine *-* นิตยสารออนไลน์สำหรับผู้หญิง
ร่วมงานกับเรา


รักยาวนานเหนือกาลเวลา - สุปราณี & ชัยนันทน์ ศาสนนันทน์

 

 

รักยาวนานเหนือกาลเวลา

สุปราณี-ชัยนันทน์ ศาสนนันทน์

 

            เรื่องของความรัก มันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ นะคะ เพราะความรักมันวนเวียนอยู่รอบตัวของเราทุกคนในทุกขณะ ความรักสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ ทว่า..การดูแลรักษาความรักของเราต่างหากล่ะที่สำคัญยิ่งกว่า...

วันนี้เรามีโอกาสได้เข้าไปกะเทาะเรื่องราวความรักที่อบอุ่น ยาวนานถึงบ้านของดาราสาวสวย ไก- สุปราณี เจริญผล และสามีผู้แสนดี ชัยนันทน์ ศาสนนันทน์...ความรัก ความผูกพัน และความห่วงใยที่ทั้งคู่มีให้กันและกันมาอย่างยาวนานหลายปีนั้นจะน่าอิจฉา ชวนฝันแค่ไหน เราตามไปดูเรื่องราวความรักอันยาวนานเหนือกาลเวลาของทั้งคู่กันเลยค่ะ...

จุดเริ่มต้นเรื่องราวความรักครั้งนี้มีความเป็นมาอย่างไรคะ

            กับแฟนคนนี้ก็ 18 ปีแล้วถ้าย้อนไป เริ่มต้นยังไง โห...มันนานมากเลยอ่ะ (ยิ้ม) ก็มารู้จักกันเพราะเค้าเป็นเพื่อนของเพื่อนในกลุ่ม เค้ารู้จักกับเพื่อนเรา แล้วก็ไปทานข้าวด้วยกันกับเพื่อนๆ ก็ไปเจอกัน ซึ่งตอนแรกก็ยังไม่ได้ถึงขั้นจะมาชอบกัน จีบกัน ก็เริ่มต้นด้วยการเป็นเพื่อนกันก่อน แล้วบังเอิญวันนึงมันก็มีเหตุอะไรซักอย่างนี่แหละที่ทำให้ต้องโทรหากัน หลังจากนั้นก็เลยคุยกันมาเรื่อยๆ จนตอนหลังก็มารู้ว่าต่างคนต่างชอบกัน เลยลองคบกันดูค่ะ แล้วก็คบกันมาได้จนถึงวันนี้ค่ะ (หัวเราะ)

แล้วความรู้สึกจากเพื่อนเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ตอนไหนคะ

            ใช้เวลาซักระยะนึงเลยอ่ะค่ะ เราก็คบกันมาเรื่อยๆ อย่างที่บอกว่าเป็นกลุ่มเพื่อนกลุ่มใหญ่ แต่นานๆ เข้าจากที่ไปไหนมาไหนเป็นกลุ่มใหญ่ ก็เหลือน้อยลงๆ จนตอนหลังก็ไปกันสองคน ไปทานข้าว ดูหนัง อะไรอย่างนี้ค่ะ(ยิ้ม) แล้วหลังจากนั้นอีกซักพักนึง ก็เริ่มมีการคุยกันมากขึ้น ความรู้สึกเริ่มรู้สึกดีขึ้น รู้สึกมากขึ้นจากเพื่อน แล้วก็มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ คือไม่แน่ใจเรื่องเวลา มันก็นานมากแล้ว จำไม่ได้ (หัวเราะ)

ใช้เวลานานแค่ไหนจึงตัดสินใจร่วมชีวิตกันคะ

            ก็คบกันมานานเลยอ่ะค่ะ ตั้งแต่ตัดสินใจคบกันเป็นแฟนเราก็คบกันมาเรื่อยๆ เลย กว่าจะแต่งงานก็เป็น 10 ปีได้นะที่ตัดสินใจมาร่วมชีวิตกัน เพราะเพิ่งแต่งงานกันก็เมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว นี่ก็คบกันมานาน 18 ปีแล้ว แล้วเพิ่งแต่งงานจริงๆ เมื่อ 6 ปีที่แล้วอ่ะ (ยิ้ม)

ความรู้สึกในวันแต่งงานเป็นอย่างไรบ้างคะ

            ถามว่ารู้สึกยังไงเหรอมันก็เฉยๆนะ(หัวเราะ) เพราะเราคบกันมานานมาก พอคบกันนานๆ เป็น 10 ปีเนี่ย ก็เลยมีความรู้สึกว่าเฉยๆ เพราะเราสองคนก็ไม่ได้คิดว่าจะแต่งงานมั้ยหรืออะไร คือมันไปได้เรื่อยๆ ไม่ได้มีการวางแผนอะไรค่ะ แต่ลึกๆ แล้ว ได้แต่งงานก็ดีใจอ่ะเนอะ ผู้หญิงอ่ะค่ะ

 

แล้วอะไรที่ทำให้ตัดสินใจแต่งงานกันในที่สุดคะ

            มันเหมือนมีเรื่องของอายุเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะว่าเพื่อนๆ รอบข้างก็แต่งงาน แล้วก็มีลูกกันไปหมดแล้ว  แล้วเค้าก็บอกว่า เฮ้ย...อายุเธอก็เยอะแล้ว ถ้าคิดจะมีลูกก็ต้องแต่งงาน มันเหมือนมีเหตุอะไรหลายๆ เรื่องมาผสมในช่วงเวลานั้นว่า เอ๊ะ! คบกันมาตั้งเป็น 10 ปีแล้ว อายุเรา 2 คนก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปาเข้าไปเป็น 30 กว่ากันแล้ว ก็เลยมานั่งคิดว่าเอ๊ะ...จะยังไงกันดี ก็คิดๆๆๆ สารตะแล้ว แต่งมันดีกว่าอยู่แล้ว เพราะเราก็ไม่ได้คิดว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน หรือเราจะไม่คบกัน มานั่งคิดแล้วเลยตัดสินใจแต่งงาน เพราะว่าคิดว่าเราควรใช้ชีวิตครอบครัวให้มันเป็นเรื่องเป็นราวได้แล้ว ทุกๆ อย่างก็พร้อม แล้วถามเค้าว่าเค้าอยากมีลูกมั้ย เค้าก็อยากมี เราเองก็อยากมีลูกกะเค้า ก็เลยตัดสินใจว่า แต่งงานกันดีกว่าค่ะ (ยิ้ม)

ลังจากแต่งงานแล้วมีการปรับตัวในการใช้ชีวิตคู่อย่างไรบ้าง

            ไม่ได้ปรับอะไรกันมาก เพราะเราคบกันมานานมาก อย่างที่บอกว่าเป็น 10ๆ ปีอ่ะ มันเหมือนเวลาทุกอย่าง... อย่างตอนเป็นแฟนกัน เราก็ไปไหนด้วยกัน ทำอะไรสารพัดอย่าง ไปเมืองนอกก็ไปด้วยกัน ก็เลยเหมือนเรารู้แล้ว รู้ซึ่งกันและกันแล้ว มันเลยไม่ต้องปรับอะไรเยอะ อาจจะด้วยเวลาที่เราคบกันด้วยมั้งค่ะ มันนานมาก มันมีการปรับตัวมามากแล้ว คือยอมรับว่ามันมีการปรับตัวมากตั้งแต่ช่วง 3 ปีแรก เพราะต่างคนต่างอาชีพ แล้วก็ถูกเลี้ยงดูมากันคนละแบบ บอกเลยว่า 3 ปีแรกที่คบกันเป็นช่วงเวลาที่มีการปรับตัวมาก แล้วหลังจากนั้นมามันก็สมูทขึ้นมาเรื่อยๆ แต่มันก็มีเหตุที่ต้องมานั่งงอนกัน มันก็มีเรื่อยๆ เพราะคนเราคบกันมันก็ต้องมีเหตุในแต่ละวันที่กระทบกระทั่งกันมันเป็นเรื่องธรรมดา เพราะต่างคนต่างนิสัย ต่างอารมณ์ แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะอะไรที่มันเล็กๆ เราก็มองผ่านไป แต่ถ้าเรื่องใหญ่เราก็ปล่อยไม่ได้ ต้องมานั่งคุยกันให้เข้าใจ ช่วง 3 ปีแรกถือว่าต้องปรับกันเยอะมาก เป็นช่วงเวลาที่เราต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ยอมรับเลยว่าเป็นช่วงที่คิดว่าจะคบกันดีมั้ย ช่วงปีแรกนี่ถือว่าดูดีนะ สวีท หวานแหวว(ยิ้ม) พอเริ่มเข้าปีที่ 2 เริ่มเป็นตัวตนของตัวเองมากขึ้น แล้วก็เริ่มมีการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของกันมากขึ้น 3 ปีแรกเป็นช่วงที่เราปรับกันอยู่พักใหญ่ เค้าต้องเข้าใจว่าเราเป็นนักแสดง เราต้องไปอยู่กองถ่ายยังไง ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด แล้วบางทีเราก็ชวนเค้าไปบ้าง เพื่อจะได้รู้ว่าเราทำงานยังไง แต่บางครั้งเค้าก็ไม่อยากไปอ่ะค่ะ ช่วงนี้แหละที่มีการปรับตัวกันเยอะ ทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น รู้ซึ่งกันและกัน เค้าเป็นยังไง เราเป็นยังไง หลังจากแต่งงานเลยไม่ได้ปรับอะไรมากมายอ่ะค่ะ เพราะพื้นฐานของเราสองคนก็คือความรักที่มีให้กัน เค้าก็ดีกับเรา เราก็ดีกับเค้า

18 ปีที่เดินทางร่วมกันมา ประทับใจอะไรในตัวผู้ชายคนนี้คะ

            ประทับใจในตัวตนของเค้า เค้าเป็นคนที่มีจิตใจดี คิดดี และหวังดีกับคนรอบข้าง คนที่เค้ารู้จัก ไม่ใช่แค่เรา แม้กระทั่งเพื่อนเค้า เพื่อนเราด้วย เวลามีอะไรให้เค้าช่วยเหลือเค้าก็ช่วยเหลือ เค้าเป็นคนที่มีจิตใจที่ดี แล้วที่สำคัญเค้าเป็นคนจริงใจ ดูแลเราดีมากกว่าที่เราดูแลเค้า ในขณะที่เราเป็นผู้หญิง ซึ่งจริงๆ เราต้องดูแลเค้ามากกว่านี้ แต่เค้าจะเป็นคนที่แบบ...สมมติว่าอยู่ข้างนอก ก่อนกลับเข้าบ้าน เค้าจะโทรมาถามว่าเราจะกินอะไรมั้ย ต้องการอะไรมั้ย เค้าจะดูแลเรามากกว่า จนทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องดูแลเค้าให้มากกว่านี้แล้วนะ (หัวเราะ) เพราะเค้าเป็นผู้ชายที่ชอบเทคแคร์คน ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นความเคยชิน อาจจะติดมาจากพื้นฐานนิสัยของเค้า จากครอบครัว หรืออาจะเป็นตรงที่เค้าอยู่โรงเรียนประจำหรือเปล่าเราก็ไม่รู้ ซึ่งอยู่โรงเรียนประจำเค้าต้องดูแลตัวเอง ดูแลผู้อื่น แต่มันก็เป็นนิสัยติดตัวเค้ามา แล้วเค้าก็มาคอยดูแลเราจนถึงทุกวันนี้ แล้วที่เค้าทำก็มากกว่าที่เราดูแลเค้าอีกค่ะ (ยิ้ม)

 

*** สามารถติดตามบทความทั้งหมดได้จากนิตยสาร Woman’s Story ฉบับที่ 234