Woman's Story Magazine *-* นิตยสารออนไลน์สำหรับผู้หญิง
ร่วมงานกับเรา


เปิดใจคู่รักต่างวงการของผู้ชายหัวใจศิลปิน - ดาริกา & รวิชญ์ เทิดวงส์

 

 

เปิดใจคู่รักต่างวงการของผู้ชายหัวใจศิลปิน

ดาริกา - รวิชญ์ เทิดวงส์

 

            คุณเชื่อเรื่อง พรหมลิขิต ไหม บางครั้งโชคชะตาก็มักจะมีเซอร์ไพรส์กับคนเราอยู่บ่อยๆ ทำให้ชีวิตมันดูน่าตื่นเต้น มีชีวิตชีวา เช่นเดียวกับคู่รักต่างวงการคู่นี้ เค้าทั้งคู่ ไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลยสักนิดเดียว แม้กระทั่งวงจรชีวิตก็แทบจะไม่มีโอกาสได้โคจรมาเจอกันเลย แต่แล้วโชคชะตาก็สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นกับคนสองคน...

วันนี้เรามีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศอันแสนอบอุ่น ในบ้านแสนสวยของคู่รักพระเอกหัวใจศิลปิน ปิ๊บ - รวิชญ์และแพรว-ดาริกา เทิดวงส์ ภรรยาสาวสวย ซึ่งเป็นถึงผู้บริหารคนเก่งแห่งมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อย่ารอช้าค่ะ ตามไปดูเรื่องราวความรักของทั้งคู่กันเลยค่ะ..

ความรักครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไรคะ

แพรว : พี่ปิ๊บเค้าก็เป็นเพื่อนของเพื่อน วันนั้นก็มีงานเลี้ยงก็เลยได้ไปเจอกัน เป็นงานเลี้ยงที่บ้านเพื่อน ซึ่งความจริงแล้วดูเหมือนกับว่าชีวิตไม่น่าจะมาเจอกันได้ เราก็ทำงานอยู่กันคนละแวดวง พี่ก็ทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัย คนประเภทนี้ก็ไม่ค่อยจะเจอไง(หัวเราะ) พี่ปิ๊บเค้าก็คงไม่ค่อยได้เจอคนอย่างพี่(ยิ้ม) ซึ่งจริงๆ แล้วพี่ไปบ้านเพื่อนคนนี้บ่อยมากๆ ก็ไม่เห็นจะเคยเห็นเค้าซักที แล้วอยู่ๆ วันดีคืนดีก็มา

ปิ๊บ :  พอเจอกันแล้วผมก็ชอบเลยนะ(หัวเราะ) ก็เริ่มชวนเค้าออกไปทานข้าวกับเพื่อนๆ ก็จีบเค้าเลยครับ จนได้เป็นแฟนกัน ครั้งแรกก็ปิ๊งตรงที่เค้าน่ารัก ตาโตมาก

แพรว : ของแบบนี้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เรื่องพรหมลิขิต เพราะความจริงพี่ปิ๊บกับพี่เคยเจอกันแล้วตั้งแต่ตอนเล่นละครเวทีด้วยกัน เมื่อ 5 ปีที่แล้ว คือตอนนั้นคนมันไม่อยาก ไม่ติดตา ตอนนั้นเจอกันก็ยังไม่เห็นบอกว่าพี่น่ารักเลย(ยิ้ม)

ปิ๊บ :  ตอนนั้นมันคงอยู่ในความมืดอ่ะ (หัวเราะ)

แพรว : ซึ่งตอนนั้นจริงๆ เจอกันตั้งหลายหน จะบอกว่าบางทีมันอยู่ที่จังหวะด้วย พี่ว่าชีวิตคนเรามันอยู่ที่จังหวะและเวลา

ปิ๊บ :   อยู่ที่การแต่งตัว และก็อารมณ์ของเค้าตอนนั้นด้วย

แบบนี้เรียกว่ารักแรกพบได้หรือเปล่าคะ

แพรว : ไม่รู้สิคะ(ยิ้ม) ก็ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาก็ตัดสินใจคบกัน เป็นแฟนกันเลย(หัวเราะ)

ปิ๊บ :  ก็พูดง่ายๆ ว่าจริงๆ คนที่เป็นแฟนกันก็ต้องรักกันแหละครับ (ยิ้ม) มันเป็นธรรมดา เป็นทุกๆ คู่ ซึ่งเราก็เป็นคู่รักปกติ ต่างคนต่างเคยมีแฟนมาก่อน เรามาเจอกันก็ต่างคนต่างทำงานแล้ว เพราะฉะนั้นเวลาที่เรามาเจอกัน เราก็เป็นผู้ใหญ่กันพอสมควร เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาบ้างแล้ว มันก็เลยไม่ใช่เรื่องอารมณ์อย่างเดียว มันจะมีเรื่องของเหตุผล แล้วก็อะไรหลายๆ อย่างประกอบกัน

ความรู้สึกแรกที่ได้เจอกันเป็นอย่างไรคะ

แพรว :  พูดตรงๆ ว่าตอนนั้นคนมันเยอะมาก ความรู้สึกมันยังไม่ฟอร์มในใจ มันเริ่มรู้สึกเมื่อเจอครั้งที่ 2 3 4

ปิ๊บ :  คือเค้าไม่ใช่คนที่เป็นแฟนละครอยู่ ไม่ใช่ว่าเค้ารู้จักเรามาก่อน อ่านบทสัมภาษณ์มาแล้ว อาจจะรู้แค่ว่าเราเป็นดารา

แพรว : คือเพื่อนก็เล่าให้ฟังว่าคนนี้ดารา แต่เราก็ไม่ได้ติดตามเลย(หัวเราะ)

 

ใช้เวลาศึกษากันและกันนานแค่ไหนคะ

แพรว :  ก็ตั้งแต่วันนั้นก็เริ่มคบกันมาเรื่อยๆ จนตัดสินใจแต่งงานกัน  

ปิ๊บ :  เราก็คบกัน ไปเที่ยวกัน ไปทานข้าวกัน ไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง ใช้เวลารวมทั้งหมด 2 ปี ก็แต่งงานกันครับ

แพรว :  ความจริงแล้วพอเราคบกันได้ปีนึงก็แพลนเรื่องแต่งงานไว้แล้วนะคะ(ยิ้ม)

มีเหตุการณ์ครั้งไหนที่ทำให้เข้าใจกันมากขึ้นจนตัดสินใจร่วมชีวิตกันคะ

แพรว :  สำหรับพี่ก็คิดว่าเราอยู่กับพี่ปิ๊บแล้วมีความสุข อยู่ด้วยกันแล้วเราไม่ทะเลาะกัน

ปิ๊บ :  ไปเที่ยวอิตาลี แล้วก็ไปเที่ยวเนปาลครับ ได้ไปเดินขึ้นเขากัน 2 คน ไปเทรกกิ้ง ไปกางเต้นท์นอนกัน ก็รู้สึกว่าเข้ากันได้ดี

แพรว : ใช่ๆ รู้สึกว่ามันเข้ากันได้ดี มันไม่เหมือนน้ำมันกับไฟที่ไม่ถูกกัน บางคนคบกันต้องมีเรื่องตื่นเต้น ต้องมีอะไรๆตลอดเวลา แต่พี่รู้สึกว่าอยู่กับพี่ปิ๊บแล้วมันดีอ่ะ(ยิ้ม)

ปิ๊บ :   คือเราเป็นคนนิ่งๆ มันเลยรู้สึกเย็นๆ ดีครับ

แพรว : เออ...เค้าไม่เรื่องมาก แล้วก็รับเราได้ทุกแบบ คือเราลองแรงแล้ว ไม่ว่าจะแรงซ้าย แรงขวา แต่พี่ปิ๊บทำให้เรารู้สึกว่าเอ๊ะ.. เค้าก็รับได้(หัวเราะ)

สามารถเข้ากันได้ดีทุกเรื่องแบบนี้ แล้วเคยมีเรื่องทะเลาะกันบ้างไหมคะ

แพรว :  มันก็มีแบบปกติอ่ะค่ะ คนเราอยู่ด้วยกันมันต้องมีเถียงกันบ้างอยู่แล้ว แต่จะให้มาทะเลาะกันมากมาย เอาเป็นเอาตายกันมันก็ไม่ใช่

ปิ๊บ :  คือมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ไงครับ เป็นเรื่องเล็กน้อยๆก็อยู่กันสบายๆ

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ตัดสินใจเลือกพี่ปิ๊บเป็นคู่ชีวิตคะ

แพรว : ก็ทั้งหมดที่เป็นพี่ปิ๊บแหละค่ะ(ยิ้ม) ที่พูดๆ ไปแล้ว (หัวเราะ) คือเราอยู่กับเขาแล้วมันรู้สึกดีอ่ะ มันไม่ต้องทะเลาะกัน แล้วเค้าเป็นคนที่รับเราได้ทุกอย่างจริงๆ

ปิ๊บ :   ผมคิดว่ามันมีอีกเรื่องนึง คือ คุณแม่เราอยู่สถาบันเดียวกัน อยู่ที่ราชินี คือคนเราคบกันมันไม่ได้ซีเรียสอะไรมากมายหรอก แต่พอจะแต่งงานกัน มันเริ่มต้องมีอะไรให้คิดเยอะ ยิ่งบ้านนี้ด้วย บ้านผมด้วย ซึ่งผมว่าคุณแม่มีอิทธิพลมากว่าจะแต่งได้หรือไม่ได้ พอดีคุณแม่เค้าอยู่แวดวงเดียวกัน เป็นศิษย์เก่าราชินี แล้วสังคมศิษย์เก่าเค้าก็จะคุยกัน มันก็เลยเป็นการช่วยเชียร์ คือผู้ใหญ่ก็มีส่วนที่ทำให้อุปสรรคเรื่องพวกนี้ไม่มี

แพรว : คือถามว่ามีส่วนช่วยให้พี่เลือกพี่ปิ๊บหรือเปล่า มันไม่ใช่นะ(หัวเราะ)แต่มันช่วยทำให้อะไรๆ มันง่ายขึ้นมากกว่าค่ะ

ปิ๊บ :  ลองคิดถึงความเป็นจริงว่า ถ้าเราเดินไปบอกคุณแม่ว่าจะแต่งงานกับคนนี้ แต่คุณแม่ไม่เห็นด้วย แบบนี้เหนื่อยนะ

แพรว : ใช่ๆ อย่างที่บ้านพี่ด้วยแล้วเนี่ย เหนื่อยแน่

ปิ๊บ :  ชีวิตจริง เมื่อตัดสินใจจะแต่งงานกัน คุณแม่มีบทบาทมาก ครอบครัวนี้เค้าดีนี่ ไม่เคยมีข่าวเสียหาย แล้วผมก็เป็นคนที่โอเคไง ในภาพของเค้า คุณแม่ผมก็รับข่าวสารมาว่าบ้านแพรวดี ตัวแพรวเองก็ไม่มีอะไรเสียหาย ทุกอย่างมันก็เลยไม่ยาก

 

*** สามารถติดตามบทความทั้งหมดได้จากนิตยสาร Woman’s Story ฉบับที่ 235