Woman's Story Magazine *-* นิตยสารออนไลน์สำหรับผู้หญิง
ร่วมงานกับเรา


รักแท้...ไม่แพ้ระยะทาง - ปุณยวีร์ & ศิรเมศร์ สุขกุลวรเศรษฐ์

 

 

รักแท้...ไม่แพ้ระยะทาง

ปุณยวีร์ - ศิรเมศร์ สุขกุลวรเศรษฐ์

 

            รักแท้แพ้ใกล้ชิด คงเป็นสำนวนที่ไปสะกิดใจใครหลายๆ คน หลายคู่ต้องแยกทางกันเพียงเพราะความห่างไกล...Love Story ฉบับนี้เราขอนำเสนอคู่รักแท้ของพิธีกรสาวจากรายการ 30 ยังแจ๋ว ปอ-ปุณยวีร์ และสามีผู้แสนดี เล็ก- ศิรเมศร์ สุขกุลวรเศรษฐ์ คู่รักที่ไม่มีวันแพ้ระยะทาง ด้วยความรักและความห่วงใยที่ทั้งคู่มีให้แก่กันเสมอมา ได้หล่อหลอมเป็นความรัก ความผูกพันที่มั่นคง จนกลายเป็นครอบครัวที่แสนอบอุ่นอย่างทุกวันนี้...อยากรู้ว่ารักแท้ไม่แพ้ระยะทางของปอ- ปุณยวีร์เป็นอย่างไร ไปติดตามกันเลยค่ะ..

พรหมลิขิตดลบันดาลให้มาพบเจอกันได้อย่างไรคะ

            โอ้โห เรื่องมันนานมาก(ยิ้ม) ตอนนั้นพี่เรียนจบ ม.6 แล้วรอผลเอ็นทรานซ์ ระหว่างที่รอนั้นพี่ก็ไปเที่ยวพักผ่อนซึ่งก็ไปบ้านคุณตาที่เพชรบุรี แล้วก็ได้ไปเที่ยวชะอำ ก็ได้เจอพี่เล็กที่นั่น ซึ่งเค้าก็มาเที่ยวกับครอบครัวเค้าเหมือนกัน และเค้าก็เข้ามาจีบพี่เลย มาขอเบอร์แต่พี่ไม่ให้ เพราะตอนนั้นไม่มีโทรศัพท์(หัวเราะ) แล้วอีกอย่างแม่ก็สอนไว้ว่าเป็นผู้หญิงจะไปให้เบอร์ใครง่ายๆ ได้ไง ทั้งๆ ที่พอเห็นเค้าก็รู้สึกชอบเลยนะ(หัวเราะ)เค้าน่ารักดีนะ แต่พี่ก็นึกถึงสิ่งที่แม่สอน เลยบอกว่าไม่ได้ๆ แล้วก็ตัดสินใจขอเบอร์พี่เค้าไว้แทน พี่เล็กเค้าก็ถามว่าให้เบอร์แล้วจะโทรไปเหรอ แต่สุดท้ายก็ให้ค่ะ แล้วพี่ก็เลยบอกว่าถ้าอยากเจออีกก็ไปเจอกันพรุ่งนี้ที่เขาวัง ปรากฏว่าพี่เล็กก็ไปรอจริงๆ แต่พี่เผ่นกลับกรุงเทพฯ เพราะว่าผลเอ็นทรานซ์เลื่อนประกาศ พี่เล็กก็รอตั้งแต่เช้ายันเย็น ก็ไม่ได้เจอพี่ (หัวเราะ) หลังจากวันนั้นประมาณเดือนกว่า พี่กับเพื่อนๆ ก็มาเจอกัน เลยคุยกันถึงเรื่องที่เราไปเที่ยวทะเล แล้วก็ยุให้พี่ลองโทรไป พี่ก็ลองโทรโดยที่ไม่แน่ใจเบอร์ แค่รู้สึกคุ้นๆ ก็ลองกดไปดู แล้วบังเอิญมันใช่ พี่เองก็แปลกใจ เพราะจริงๆ พี่เป็นคนที่ความจำไม่ดีนะ แต่ทำไมเรื่องนี้พี่จำได้(หัวเราะ) จากนั้นก็ได้คุยกันมาเรื่อยๆ แล้วก็มีนัดเจอกัน ก็เริ่มคบกันมาตั้งแต่นั้น ก็นานมาก 10 กว่าปีได้ เข้าสู่ปีที่ 18 ถึงแต่งงานกันอ่ะค่ะ(ยิ้ม)

แล้วเริ่มสานสัมพันธ์กันอย่างจริงจังตั้งแต่ตอนไหนคะ

            ก็หลังจากวันนั้นก็คุยกันเรื่อยๆ ได้สักพักนึง แล้วจากนั้นพี่เล็กเค้าก็เริ่มขับรถไปรับไปส่ง มาคอยดูแลพี่ น่ารักดีค่ะ ก็เป็นแบบนี้อยู่ประมาณปีนึง เรียกได้ว่าเป็นแฟนกันแล้ว ตั้งแต่ตอนที่พี่เรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งตอนนั้นถามว่าจริงจังมันก็คงไม่จริงจังอะไร คือเราก็เป็นแบบเด็กๆ ยังไม่ได้คิดจริงจังว่าจะแต่งงาน ก็คิดว่าคบกันไปเรื่อยๆ แล้วพี่รู้สึกว่าคบกับคนนี้แล้วเรารู้สึกดี เค้าดูแล คอยห่วงใย เทคแคร์เราตลอดเวลา แม้กระทั่งรายงานเค้าก็ทำให้นะ(หัวเราะ) แต่พี่เล็กเค้าเป็นคนขี้หึง พอพี่อยู่ปี 2 ปี 3 ก็จะมีทะเลาะกันบ่อยมาก แต่ที่อยู่มาได้อาจจะเพราะว่าพี่เป็นคนใจเย็นมั้ง แล้วเวลาทะเลาะกันพี่เล็กเค้าก็จะขอโทษตลอด เค้าจะพยายามง้อตลอด มันเลยโอเค คบกันมาได้นาน แล้วก็พยายามปรับปรุงตัวกัน จนผ่านจุดนั้นมาได้ ก็เริ่มรู้ว่าเออ...ใครเป็นยังไง นิสัยยังไง เลยจูนกันได้ ทำให้คบกันได้เรื่อยมาค่ะ

มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันคะ

            มันไม่มีเหตุการณ์ไหนที่เกิดขึ้นปั๊ง! แล้วคิดว่าฉันจะร่วมชีวิตกับคนนี้(ยิ้ม) มันเป็นอะไรที่ค่อยๆ ซึมมากกว่า บางทีมันก็มีอะไรให้พี่ได้คิด เช่น พอพี่เล็กเค้าไม่ได้ทำงานที่กรุงเทพฯ พี่ก็รู้สึกเสียใจนะ ก็มีฟูมฟายเหมือนกันว่าเราจะไม่ได้เจอกันหรือเปล่า นานๆ จะเจอกันที จากที่เมื่อก่อนเจอกันทุกวัน แต่พี่เล็กเค้าบอกว่าเค้าจะมาหาตลอด พี่ก็คิดว่านานๆ จะมา แต่ไม่เลยค่ะ พอลากันไปอีก 2 วันก็กลับมาเจอกันแล้ว แล้วเค้าก็จะมาแบบนี้ตลอด ขับรถกรุงเทพฯ - กาญจนบุรี อาทิตย์นึงพี่เล็กก็จะมา 2-3 วัน บางทีขับรถมากินข้าวเย็นแล้วก็ขับรถกลับ เค้าเป็นแบบนี้ตลอดเลยนะ ตั้งแต่สมัยเรียนแล้วค่ะ จนเพื่อนๆ แซวกันว่าคู่แกนี่ไม่เคยแพ้ระยะทางเลยนะ รักแท้ไม่แพ้ระยะทาง พี่ก็เชื่อแบบนั้น พี่ไม่เคยรู้สึกว่าเราห่างกันเลย แล้วมันก็มีเหตุการณ์อีกหลายๆ อย่างที่มันค่อยๆ ซึมอ่ะค่ะ ทำให้เรารู้สึกว่าเออ สักวันนึงเราก็คงแต่งงานกับคนนี้แหละ คงไม่มีคนอื่นแล้ว(ยิ้ม)

 

วันเวลาผ่านไปอะไรที่ทำให้คิดว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่ใช่..คะ

            พี่เล็กอาจจะเป็นคนที่ตรงตามที่แม่เคยบอกอ่ะค่ะ(ยิ้ม) แม่มองว่าเราจะคบกับใครอย่าไปมองที่ฐานะ แล้วพี่เล็กเค้าดีทุกอย่าง มีอย่างเดียวที่เด็กมากๆ คือ นิสัยขี้หึง แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือ เค้าห่วงเราจริงๆ เวลาเราต้องไปไหน เค้าก็จะคอยห่วงพี่ และคอยดูแลพี่ตลอด เค้าไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แล้วเค้าจะคอยให้แง่คิดพี่มากมาย ก็เลยรู้สึกว่าเค้าโอเคนะ แล้วผู้ชายคนนี้เป็นคนขยัน ขยันทำมาหากิน แล้วพี่เองก็ไม่อยากได้คนรวย พี่คิดว่าคนขยันทำมาหากินยังไงก็ไม่มีวันอดตายหรอก พี่อยากได้คนที่ไปด้วยกัน เดินไปพร้อมๆ กัน ไม่ต้องร่ำรวยอะไรมาก ขอให้ขยัน แล้วพี่เล็กเค้าเป็นคนแบบที่พี่คิดไว้จริงๆ ชีวิตทำทุกอย่าง ทำธุรกิจ ทำโน่น ทำนี่ ให้ล้มยังไงก็ยังลุกขึ้นมาจนได้ แล้วเค้าจะไม่เคยเล่าให้พี่ฟัง จนมีวันนึงพี่คุยเรื่องแต่งงาน เค้าก็บอกว่าไม่แต่ง(ยิ้ม) ซึ่งตอนแรกที่พี่เรียนจบใหม่ๆ เค้าขอพี่แต่งงาน แต่พี่บอกว่าไม่ได้ เพิ่งเรียนจบเอง อยากทำงานก่อน ให้ใช้ชีวิตโสด ทำงานให้มีความสุข แล้วค่อยแต่งงาน พอเวลาผ่านไป อายุประมาณ 27-28 พี่ก็บอกว่าแต่งงานเหอะ..(หัวเราะ) ทีนี้เค้าบอกยังไม่แต่ง เพราะพี่เล็กเค้าก็เพิ่งเริ่มชีวิตของเค้าเช่นกัน คือ ออกจากงานประจำไปทำธุรกิจส่วนตัว แล้วเค้าก็ไม่เคยบอกเลยว่ามีปัญหาอะไร แต่ตอนหลังพี่ก็ได้รู้ว่าธุรกิจเค้าไม่ได้ประสบผลสำเร็จเสมอไป มีล้มเหลวบ้าง แล้ววันนึงเราก็มานั่งคุยกัน เปิดใจกัน เค้าก็บอกว่าไม่อยากให้วันนึงเราแต่งงานไปแล้วเค้ายังเป็นหนี้เป็นสิน แล้วเราก็จะมาเครียด นอนเอามือก่ายหน้าผากอะไรอย่างนี้ค่ะ พี่เลยมาคิดว่าเออ..มันก็ถูกอย่างที่เค้าพูด แล้วก็คิดว่าผู้ชายคนนี้แหละใช่แล้วสำหรับพี่ พอทุกอย่างมันเคลียร์ เค้าไม่มีหนี้สินแล้ว พี่เองก็หน้าที่การงานก็โอเคแล้ว ก็มาคุยกันเรื่องแต่งงานอีกครั้ง ก็เลยแต่งงานกัน (ยิ้ม)

พอถึงวันแต่งงานจริงๆ แล้วความรู้สึกเป็นอย่างไรคะ

            เออ...ตลกมากเลยอ่ะ เพื่อนๆ พยายามถ่ายรูป ซูมให้เห็นน้ำตา อยากเห็นพี่ร้องไห้ แต่ไม่มีเลยน้ำตา พี่เล็กก็ไม่มีน้ำตาไหลเหมือนกัน เพราะตอนที่พี่คาดหวังว่าอยากจะแต่งงาน ซึ่งมันมีช่วงนึงที่เตรียมทุกอย่างแล้ว แต่สุดท้ายไม่ได้แต่ง แล้วมันหลายรอบด้วย เลยกลายเป็นเซ็งไปแล้วไง(หัวเราะ) พอถึงวันที่ได้แต่งจริงๆซะทีพี่ก็ยังคิดอยู่ว่านี่แต่งงานแล้วเหรอ นี่ฉันแต่งงานแล้วเหรอ แล้วด้วยความที่เราแต่งงานกันตอนที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ต้องเตรียมทุกอย่าง จัดการทุกอย่างเอง มันเลยรู้สึกว่ายุ่งมากกว่าที่จะรู้สึกตื่นเต้นอะไรอย่างนี้ค่ะ แต่ตอนรดน้ำสังข์ มีคนอวยพรจริงๆ มันก็ตื้อๆ นิดนึง แต่แป๊บนึงก็หายค่ะ ไม่ได้น้ำตาไหล พี่ก็คิดอยู่ในใจ เออ...แต่งซะที(หัวเราะ)

 

*** สามารถติดตามบทความทั้งหมดได้จากนิตยสาร Woman’s Story ฉบับที่ 236