Woman's Story Magazine *-* นิตยสารออนไลน์สำหรับผู้หญิง
ด้วยความรักและความเข้าใจ - บุณฑริก & ธำรง ลิมปนาภา

 

 

ด้วยความรักและความเข้าใจ

บุณฑริก - ธำรง ลิมปนาภา

 

            คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า เราอยู่ได้ด้วยความรัก แต่การที่เราต้องใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคนนั้น ยังต้องมีการทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะความเข้าใจจะทำให้ความรักลงเอยด้วยความสุขเสมอ...Love Story ฉบับนี้จะพาไปสัมผัสกับความรักของคู่ดาราสาวสวยที่ห่างหายไปจากจอแก้วเป็นเวลานานอย่าง คุณน้ำฝน- บุณฑริก ทัสนารมย์ และสามีผู้แสนอบอุ่น ทพ.ธำรง ลิมปนาภา หรือคุณหมอเล็ก...คู่รักต่างวงการ ซึ่งหนทางที่จะมาลงเอยกันมีเพียงน้อยนิด แต่ความรัก ความเข้าใจที่ทั้งคู่มีให้กัน ก็ดลบันดาลให้ความรักครั้งนี้ลงเอยด้วยความสุข...เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปติดตามเรื่องราวความรักอันแสนอบอุ่นของคู่รักคู่นี้เลยดีกว่าค่ะ

ความรักครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรคะ

            ตอนนั้นพี่ไปเป็นพิธีกรในงานเปิดโรงงานใหม่ของคนไข้คุณหมอ ก็เลยได้ไปเจอกันในงานนั้น คือวันนั้นเผอิญว่าโต๊ะมันเต็ม(ยิ้ม) เจ้าของงานเค้าก็เลยพามานั่งโต๊ะเดียวกับคุณหมอ ซึ่งว่างอยู่ ก็แนะนำให้พี่ฝนรู้จักกับคุณหมอ ก็เลยได้มีโอกาสคุยกัน เราก็คุยกันไปปกติ ไม่ได้คิดไปในทางชู้สาว เพราะพี่เองคิดว่าเค้าเป็นหมอ แล้วเราเป็นนักแสดง การทำงานมันต่างกันมากๆ ก็เลยไม่ได้คิดอะไรเกินเลย หรือคิดว่าจะเป็นแฟนกันได้ ทีนี้พอคุยกันไปคุยกันมา ก็รู้สึกว่าคุยกันถูกคอดี ก็แลกเบอร์โทรศัพท์กัน หลังจากนั้นก็คุยกันแบบนี้มาเรื่อยๆ ค่ะ แต่ก็ยังไม่มีอะไรมาก ก็ใช้เวลาสักพักนึง คุยกันไปคุยกันมาจนกลายเป็นแฟนกันในที่สุดค่ะ(ยิ้ม)

หลังจากวันนั้นความสัมพันธ์ได้พัฒนาไปอย่างไรบ้างคะ

            เราก็คุยโทรศัพท์กันเรื่อยๆ ค่ะ คุยๆ กันไปพี่ก็รู้สึกว่าเออ...เค้ามีอะไรที่กุ๊กกิ๊ก น่ารักดี(ยิ้ม) เค้ามีมุมของเค้าเอง ที่ออกกึ่งๆ วิชาการหน่อย ส่วนตัวพี่เองก็เป็นคนที่ตลกๆ ไปเรื่อย แต่พอคุยๆ กันไป มันก็รู้สึกว่าแปลกดีนะ ต่างคนต่างแปลก พี่ก็แปลกสำหรับเค้า เค้าก็แปลกสำหรับพี่ หลังจากนั้นก็เลยลองคบกันดูค่ะ แล้วก็เริ่มมีนัดเจอกันบ้าง ไปทานข้าวด้วยกัน ไปเที่ยว ไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง แต่ก็ไม่บ่อย เพราะต่างคนต่างก็ทำงานค่ะ

แบบนี้จะเรียกว่าเป็นพรหมลิขิตให้มาเป็นคู่กันได้ไหมคะ

            เรื่องของพรหมลิขิต จริงๆ แล้วพี่ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอ่ะนะ แต่ก็แอบคิดอยู่เหมือนกันว่าพรหมลิขิตก็น่าจะมีส่วนในความรักครั้งนี้ เพราะมาคิดๆ ดูเราสองคนแทบไม่มีโอกาสที่จะได้เจอกันเลย ต่างคนต่างอาชีพ แล้วงานของเราก็ดูเหมือนไม่มีทางที่จะมาเจอกันได้ พี่ก็เลยเชื่อว่าพรหมลิขิตมีส่วนในความรักของพี่ ทำให้เรามาเจอกันจนได้ค่ะ (หัวเราะ)

ใช้เวลาคบหาดูใจกันนานแค่ไหนจึงเรียกว่าเป็นแฟนกัน

            อืม...ก็ดูกันไปดูกันมาประมาณเกือบปีค่ะ คือหมอเล็กเค้าก็เป็นคนที่ค่อนข้างละเอียดในทุกๆ เรื่อง พี่ก็เลยคิดว่าเค้าเป็นผู้ชายที่แปลกคนนึง(หัวเราะ) เพราะผู้ชายสมัยนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนผลีผลาม รวดเร็ว ทำอะไรเร็ว แต่คุณหมอเค้าจะค่อยๆ คุยกัน ค่อยๆ ไปทีละขั้น พี่ก็เลยดูว่ามันเป็นอะไรที่มีระเบียบมีระบบดี คบๆ กันอยู่ปีนึงจึงเรียกว่าเป็นแฟนกันค่ะ


 

  อะไรในตัวผู้ชายคนนี้ที่คิดว่าเขาคือคนที่ใช่..

            พี่รู้สึกว่าคุณหมอเค้ามีความเป็นผู้ใหญ่สูงมากค่ะ ตอนที่เราเป็นแฟนกัน เราจะคุยกันเรื่องอนาคตน้อยมากๆ(ยิ้ม) แต่ว่าเค้าจะพูดว่าชีวิตเค้าอยากได้แบบนั้น แบบนี้ แล้วพอพี่ฟังแล้วมันมีความรู้สึกว่า ผู้ชายคนนี้เค้าอบอุ่นดีเน๊าะ(หัวเราะ) ถ้าสมมติว่าได้แต่งงานกับผู้ชายคนนี้จริงๆ เค้าก็น่าจะเป็นผู้นำที่ดีของครอบครัวได้นะ เราก็ใช้เวลาดูๆ กันอีกประมาณ 3 ปีค่ะ จากนั้นก็ตัดสินใจแต่งงานกัน

  เหตุการณ์ตอนที่ขอแต่งงานเป็นอย่างไรบ้างคะ

            ไม่มีเหตุการณ์อะไรนะ(ยิ้ม) คือเราพูดคุยกันเฉยๆ เรื่องอนาคต แล้วเค้าเป็นคนที่มีการมองอนาคต วางแผนอนาคตได้ดี คือตอนแรกเค้าก็อยู่คอนโด พอเป็นแฟนกับพี่แล้ว จากนั้นเค้าก็มีการวางแผนจะซื้อบ้าน ก็พาพี่ไปดูแบบบ้าน ไปดูสถานที่ ดูโน่น ดูนี่ พี่ก็รู้สึกแอบดีใจนิดๆ ว่าเค้าอยากบอกอะไรเป็นนัยๆ หรือเปล่า(หัวเราะ) พี่ก็ช่วยดู ช่วยตัดสินใจ แต่เค้าไม่ได้เชื่อพี่ทั้งหมดหรอกนะคะ เค้าเชื่อตัวเองมากกว่า(ยิ้ม) แต่พี่เองกลับรู้สึกตื่นเต้น เพราะไม่เคยไปดูบ้านกับผู้ชายไงคะ(หัวเราะ) ก็เลยคิดว่าถ้ามีโอกาสจะได้แต่งงานกับเค้าจริงๆ ก็ดีนะ เพราะเค้าก็ให้เกียรติเรา มาช่วยดู ช่วยเลือกบ้าน

อืม...พอเค้ารู้สึกมั่นใจจริงๆ ก็ขอพี่แต่งงาน แต่เป็นอะไรที่ตลกมากเลย วันที่คุณหมอขอพี่แต่งงานเค้าพารุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยไปคนนึง ไปนั่งทานข้าวกัน ทานเสร็จเค้าก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แล้วบอกให้พี่คุยกับรุ่นพี่เค้าไปก่อน แล้วรุ่นพี่คนนี้แหละเป็นคนพูดกับพี่เรื่องที่คุณหมอจะขอแต่งงาน เค้าเตรียมมาก่อนแล้วว่าจะให้รุ่นพี่เค้าเนี่ยเป็นคนพูดกับพี่ รุ่นพี่เค้าก็ถามว่าน้องฝนคบกับคุณหมอมาตั้งนานแล้ว ทำไมไม่แต่งงานกันซักทีละ พี่ก็บอกไปว่าไม่รู้สิพี่ กำลังดูๆ กันอยู่ พี่เค้าก็ถามต่อว่าแล้วถ้าเผื่อคุณหมอขอแต่งงานละ ฝนจะว่าไง พี่ฝนก็เลยบอกว่าอาจจะมั้ง(หัวเราะ) แล้วรุ่นพี่เค้าก็บอกว่าคุณหมอเค้าอยากแต่งงานนะ คือหมอเค้ามักจะพูดกับคนรอบข้าง เค้าไม่พูดกับพี่โดยตรง ไม่ใช่แค่รุ่นพี่เค้าคนนี้นะคะ เพราะเค้าไปพูดกับทนายที่ดูแลเรื่องกฎหมายให้เค้า ซึ่งบ้านทนายอยู่ข้างบ้านพี่ หมอก็ไปพูดกับพี่ทนายว่าจะแต่งงานกับพี่ แล้วพี่ทนายเนี่ยเค้าก็โทรบอกถามแม่พี่ว่า ลูกสาวจะแต่งงานแล้วนะ ดีใจด้วย เห็นหมอบอกว่าอยากขอฝนแต่งงาน พอรู้แบบนี้ก็เลยถามหมอว่ามันยังไง เค้าก็งงๆ เขินๆ นะ แล้วก็บอกว่าเค้าก็อายุเยอะแล้ว จะให้มาขอแต่งงานแบบโรแมนติก มันก็เขิน(หัวเราะ) พี่ก็โอ้โห ..เป็นวิธีการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติกเอาซะเลย แล้วหมอก็พูดอีกว่าแต่งๆ เหอะ แก่ๆ กันแล้ว(ยิ้ม)

  พอคุณหมอขอแต่งงานแล้วความรู้สึกเป็นอย่างไรคะ

            ตอนนั้นรู้สึกว่าจะเอายังไงดี เพราะเราก็ผู้หญิงเน๊อะ(ยิ้ม) พี่ก็คิดมาตลอดว่าจะแต่งไม่แต่งดี แต่ถามว่าตื่นเต้นดีใจไหม ใจมันก็เต้นตุ๊บๆๆๆๆ ดีใจ เป็นอารมณ์ที่โดนขอแต่งงานเน๊าะ แต่บอกตรงๆ ว่าพี่ฝนเองยังไม่มั่นใจตัวเองด้วย เพราะยังอยากสนุกอยู่ แล้วจากที่เห็นเพื่อนๆ พอมีครอบครัวแล้วทุกคนก็จะเปลี่ยนไป มันเหมือนกับมีภาระหน้าที่มากขึ้น ก็เลยไม่แน่ใจตัวเอง อีกอย่างไม่แน่ใจหมอด้วยเพราะเค้าเป็นคนเลือกเยอะ เป็นคนที่คาดหวังอะไรสูง พี่เลยคิดว่าเค้าจะโอเคกับเราไหม กลัวเค้าจะผิดหวัง เพราะโอกาสที่เราสองคนได้อยู่ด้วยกัน ศึกษากันมันน้อยมาก พี่คิดว่า 2-3 ปีมันค่อนข้างน้อยอยู่อ่ะค่ะ แต่พี่ก็ปรึกษาคุณแม่ บอกว่าหมอเล็กเค้าขอแต่งงานแล้วนะ จะแต่งดีไหม คุณแม่ก็บอกแต่งเลยๆ (หัวเราะ) คือเราลองมาไตร่ตรองดูแล้วเค้าเป็นคนดี อะไรก็พร้อมหมดแล้ว จะรออะไรอีก ก็เลยตัดสินใจแต่งงาน พอตกลงแต่งงานหมอก็ให้คุณแม่เค้าโทรมาคุย ให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายคุยกันค่ะ

 

*** สามารถติดตามบทความทั้งหมดได้จากนิตยสาร Woman’s Story ฉบับที่ 237