| วิมลมาลย์ วัฒนสมบัติ - ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บ. อาร์ ที บี เทคโนโลยี |
|
วิมลมาลย์ วัฒนสมบัติ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บ. อาร์ ที บี เทคโนโลยี บทบาทในการทำงานของผู้หญิงในสังคมไทยทุกวันนี้ ได้รับการยอมรับมากขึ้น เห็นได้จากการที่ผู้หญิงได้เข้ามามีบทบาทในส่วนต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ การเมือง หรือทางด้านสังคม ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่ผู้หญิงมีความสามารถในหลายๆด้าน สามารถพัฒนาในส่วนต่างๆของสังคมให้ดียิ่งขึ้นไปได้ ฉบับนี้ Woman's Story จะพาไปรู้จักกับสาวเก่งอีกหนึ่งคน ที่ถือว่าเป็นสาวรุ่นใหม่ไฟแรง เธอรับตำแหน่งงานหลักถึงสองตำแหน่ง ทั้งบทบาทนักการตลาดแห่ง ' JABRA ' ผู้นำด้านเทคโนโลยีหูฟังและบทบาทในการบริหารงาน 'โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์' ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว นอกจากนี้ยังมีความสามารถในด้านอื่นๆอีกด้วย สาวเก่งคนนี้คือ "คุณ
ก็จะดูแลด้านการตลาด ที่อยู่ในบริษัททั้งหมด ก็จะมีหูฟังบลูทูธ Jabra แอคเซสเซอร์รี่ของไอโฟน ไอพอต จากประเทศอังกฤษ Gear4 แล้วที่กำลังจะนำเข้าอีกก็คือ โทรศัพท์บ้านไร้สาย 'Siemens Gigaset' ดูแลทั้งเรื่องการประชาสัมพันธ์และโฆษณา ประสานงานกับทางเซลล์เพื่อทำ Channel Marketing ด้วยค่ะ สุดท้ายก็จะเป็นเรื่องดูแลเรื่องบริการหลังการขายด้วย ว่าเมื่อซื้อไปแล้วเป็นอย่างไรบ้าง มีปัญหาหรือเปล่า นี่คือที่รับผิดชอบหลักๆค่ะ
ตั้งแต่เรียนจบ ป.โทก็เข้ามาช่วยที่โรงเรียนเลยค่ะ เข้ามาได้ประมาณ 5 ปีกว่า คือตอนเรียนจบ ป.ตรี จากนิเทศฯ จุฬา ก็ทำงานด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ให้กับเว็ปไซต์ ทำได้ประมาณ 1 ปี จากนั้นก็ไปช่วยพี่ชายทำธุรกิจที่อเมริกาก่อนค่ะ แล้วค่อยมาทำเอเยนซี่โฆษณา อีกประมาณปีกว่าค่ะ แล้วก็ไปเรียนต่อป.โทที่
เก๋เป็นผู้จัดการโรงเรียนค่ะ ดูแลความเรียบร้อยทั่วไปรวมถึง ระบบการเรียนการสอนก็จะช่วยดูบ้าง รวมถึงด้านการติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครอง และการจัดกิจกรรมภายนอกให้กับโรงเรียน คืองานอะไรที่เกี่ยวกับติดต่อประชาสัมพันธ์ เก๋จะดูเองเป็นหลักค่ะ เพราะเก๋ก็จบทางด้านนั้นมาด้วยค่ะ
เวลาเข้าร่วมส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องกิจกรรมพิเศษ เช่นเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ หรือภาษาอังกฤษ ก็จะเข้าไปทำกิจกรรมพิเศษนี้กับเด็กค่ะ รวมถึงการไปทัศนศึกษา ถ้าไม่ติดธุระก็จะไปกับเด็กๆด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากต้องเดินทางไกล ไปกับผู้ปกครองเยอะๆ ไปต่างจังหวัด ก็จะเข้าไปร่วมด้วย เป็นการดูแลความเรียบร้อยด้วย และเรื่องการกระตุ้นการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ ด้วย
คือถ้าแบ่งจริงๆก็ครึ่งต่อครึ่งเลยค่ะ คือจันทร์-พุธ-ศุกร์ก็จะอยู่ที่โรงเรียน แล้วก็อังคาร-พฤหัสฯ-เสาร์ ก็จะอยู่ที่บริษัท แต่ที่จริงแล้วพอถึงเวลาจริงๆ ก็จะยืดหยุ่นกันไปค่ะ คือถ้าที่ไหนงานยุ่ง เราก็จะเน้นที่นั่นเป็นหลักก่อนค่ะ หรือเทเวลาไปเยอะหน่อย แต่ถึงอยู่ที่บริษัท เราก็สามารถที่จะดูแลที่โรงเรียนได้บ้าง หรือถ้าอยู่โรงเรียนก็สามารถบริหารงานที่บริษัทได้ โดยใช้โทรศัพท์ติดต่อสื่อสารกัน อาจจะปนๆกันบ้าง แต่ก็แบ่งได้ชัดเจน
แกนการทำงานหลักของทั้ง 2 อย่างมันจะคล้ายๆกัน คือต้องจริงใจกับลูกค้า อย่างที่โรงเรียนเราก็ต้องจริงใจผู้ปกครอง หรือนักเรียน ต้องให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาและสำหรับเราด้วย ในแง่ของการปฏิบัติจะต่างกันนิดนึงค่ะ คืออยู่ที่โรงเรียนนอกจากหน้าที่หลักในการบริหารแล้ว ยังต้องมีอื่นๆอีก อย่างเช่นการให้คำปรึกษา ทั้งกับคุณครูและผู้ปกครอง ทั้งการดูแลเด็กๆ ความเป็นครูของตัวเราก็ต้องปรับ ปรับเรื่องบุคลิก ต้องให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น ในขณะที่การทำการตลาด บางทีเราต้องแอคทีฟค่อนข้างเยอะ เพราะการตลาดจะมีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นบุคลิกของเราก็ต้องแอคทีฟ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับลูกค้า รายละเอียดก็จะต่างกัน แต่ปรัชญาในการทำงานหลักๆก็จะคล้ายกัน เหมือนกับว่าเราก็ต้องจริงใจ ไม่ใช่พูดเกินจริงเพื่อที่จะให้ลูกค้ามาเรียนหรือมาใช้สินค้าเรา แต่เราจะบอกเขาว่าเราทำได้ แล้วเราก็พยายามทำให้ได้ตามที่เราพูดไป *** สามารถติดตามบทความทั้งหมดได้จากนิตยสาร Woman’s Story ฉบับที่ 238
|