Woman's Story Magazine *-* นิตยสารออนไลน์สำหรับผู้หญิง
ลูก คือ สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต - ปนัดดา วงศ์ผู้ดี

 

 

ลูก คือ สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต

ปนัดดา วงศ์ผู้ดี

 

          ฉบับนี้พบกับเรื่องราวการเลี้ยงดูลูกน้อยของคุณแม่ยังสวยที่มีดีกรีนางสาวไทยอย่าง บุ๋ม ปนัดดา  วงศ์ผู้ดี ที่ถึงแม้ว่างานจะรัดตัวมากขนาดไหน ก็สามารถแบ่งเวลามาดูแลลูกสาวสุดที่รัก น้องอันดามัน ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ที่สำคัญตอนนี้น้องอันดามันสุดรักของคุณแม่บุ๋มก็เริ่มไปโรงเรียน และรู้จักกับโลกกว้างภายนอกบ้างแล้วล่ะค่ะ   ซึ่งคุณแม่บุ๋มจะมียุทธวิธีในการดูแลลูกอย่างไร เอาเป็นว่าเราไปติดตามเรื่องราวน่ารักของสองแม่ลูกคู่นี้กันเลยดีกว่าค่ะ.. 

เริ่มแรกมีอาการแพ้ท้องยังไงบ้างคะ..

            เรียกว่าไม่มีอาการมากกว่านะคะ(หัวเราะ) แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้รู้สึกหวิวๆ ง่ายขึ้นแค่นั้นเอง จริงๆ ใจบุ๋มอยากจะมีลูกตั้งนานแล้วนะคะ พอมีอาการแบบนี้ก็เลยเอาที่ตรวจสอบการตั้งครรภ์ หรือตัวเทสที่ซื้อเตรียมไว้ที่บ้าน ผลปรากฏว่ามันขึ้นเป็นบวกแบบจางๆ บุ๋มก็กรี้ดแตกเลย ดีใจมาก แต่ก็ยังไม่แน่ใจเพราะมันจางมากๆ(ยิ้ม)หลังจากนั้นตอนเช้าก็ไปซื้อที่ตรวจมาอีก 8 อันเลยค่ะ(หัวเราะ)เอามาตรวจเพื่อความแน่ใจ แล้วก็ไปให้คุณหมอตรวจอีก ผลก็โอเคก็คือใช่...เราตั้งท้องแล้วนะ ก็เป็นที่ดีใจของพวกเรากันทั้งครอบครัวเลยค่ะ  เพราะรอคอยน้องอันดามันมานาน อาการแพ้ท้องไม่มีเลย อยากกินเยอะมาก แล้วปกติบุ๋มทำงานในวงการบันเทิงก็จะควบคุมอาหารตลอด แต่ทีนี้พอท้องลูกปุ๊บก็เหมือนเป็นสัญญาณบอกว่ากินได้แล้วนะ ก็ซัดเต็มที่เลยค่ะ(หัวเราะ) ยกเว้นอาหารพวกส้มตำหรืออะไรที่กินไม่ได้ เพราะจะทำให้ท้องเสียแล้วจะมีผลถึงการแท้ง

ที่แน่ๆ คนที่แพ้ท้องคือ คุณวีค่ะ(ยิ้ม) จากแกงส้มเผ็ดๆ ไม่เคยกิน เค้าก็มานั่งซดเป็นหม้อเลย ท้องเสียบ้าง นั่งเครียด เวียนหัว เป็นลม ดมยาดม อะไรประมาณนี้ค่ะ(หัวเราะ) ส่วนบุ๋มมีครั้งเดียวที่รู้สึกอยากกินปูมากๆ ขนาดที่ว่าขอบินไปกินปูที่สิงคโปร์เดี๋ยวนั้นเลยค่ะ แต่ว่าคุณวีห้ามไว้ก่อนแล้วตอนเย็นเค้าก็เลยพาไปร้านอาหารซีฟู้ดแถวนราธิวาส   แล้วก็ช่วงท้องจะเป็นคนอารมณ์ดีนะ แต่พอโกรธปุ๊บก็เปรี้ยงเลย ก็มีคนเคยบอกว่าคนท้องจะขี้หงุดหงิดง่ายจริงรึเปล่า อันนี้บุ๋มก็บอกว่าไม่รู้สิ..เพราะว่าเป็นตั้งแต่ก่อนท้องแล้วล่ะค่ะ(หัวเราะ) ไม่หรอกค่ะ ยอมรับว่าหงุดหงิดง่ายจริงๆ มันเป็นอะไรที่ฮอร์โมนพุ่งพล่าน อยากร้องไห้ก็ร้องเลย เหมือนฮอร์โมนมันเปลี่ยนแปลงเยอะอะไรประมาณนี้น่ะค่ะ

ช่วงระหว่างอุ้มท้องมีการบำรุงอะไรเป็นพิเศษมั้ยคะ..

ส่วนใหญ่จะพยายามทำอารมณ์ให้แจ่มใส เพราะรู้ว่าคนท้องจะมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย ก็อยากให้ลูกอารมณ์ดี แล้วก็จะดื่มน้ำเยอะมาก และที่ให้ความสำคัญคงจะเป็นเรื่องการทาครีมบำรุงกันท้องลายคือจะดูแลน้ำหนักไม่ให้เกินกำหนดตามที่คุณหมอบอก เพราะการที่น้ำหนักขึ้นเร็วก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ท้องแตกลาย แล้วก็จะมีการเตรียมในส่วนของเต้านม คือบุ๋มตั้งใจจะให้นมลูกเอง โดยจะมีการนวด บริเวณต่างๆ ของหน้าอกเพื่อเป็นการกระตุ้นรวมทั้งดูในเรื่องของชุดชั้นในด้วย เลือกแบบที่ไม่รัดจนเกินไป ให้เลือดสามารถวิ่งได้สะดวกแล้วก็ขยายเต้านมได้เต็มที่ ส่วนเรื่องอาหารการกินก็ดูแลตามปกติ อยากกินก็กิน บุ๋มจะกินบ่อยมื้อหน่อย แต่เป็นมื้อเล็กๆ เน้นผักเยอะมาก เพื่อไม่ให้ท้องผูก เพราะคนท้องมักจะท้องผูก ซึ่งไม่ดีกับเด็ก ส่วนการออกกำลังกายบุ๋มจะเล่นโยคะ แต่หลังๆ คุณหมอสั่งให้หยุด เพราะบุ๋มเป็นพวกเมทาบอริซึมสูง แล้วโยคะก็เป็นการเผาผลาญที่ดี ผลที่ออกมาน้ำหนักบุ๋มก็เลยไม่ขึ้น ประกอบกับช่วงนั้นน้าสาวที่บุ๋มรักมากมาจากไปด้วย เดือนนั้นน้ำหนักก็เลยไม่ขึ้น ทำให้ต้องเลิกทำไปค่ะ

ภาพแรกที่ได้เห็นน้องอันดามันรู้สึกอย่างไรบ้างคะ..

ภาพที่เห็นคือมันเป็นเรื่องธรรมชาติมาก ณ วินาทีแรกที่บุ๋มอุ้มลูกเข้าสู่อก ตาเค้าไม่ลืมนะคะ แต่ปากเค้าจะอ้าออกควานหานมค่ะ หมุนหัวไปมาหาทั้งๆ ที่เค้าคอยังไม่แข็งนะคะ เหมือนลูกหมาเลย (หัวเราะ) พอเค้าหาเจอก็งับเลย เสียงดังจนนางพยาบาลตกใจ แล้วความรู้สึกแรกที่ลูกดูดนมจากอกเราคือมันเจ็บมาก เค้าใช้เหงือกกัดแรงมากค่ะ แล้วสะบัดด้วย เพราะว่าเค้าหิวนะคะ บอกได้เลยว่ามันเป็นความรู้สึกที่เมื่อกี้เค้ายังดิ้นอยู่ในท้องเราอยู่เลย แต่ตอนนี้มาดิ้นอยู่ที่อกแล้ว มันตื่นเต้นมาก เพราะได้เห็นหน้าเค้าจริงๆ จากที่เคยเห็นแต่ในเครื่องอุลตร้าซาวน์ ตัวจริงเหมือนลิงจังเลย (หัวเราะ) แล้วเด็กที่เพิ่งคลอดก็จะหน้าตาคล้ายกันหมดนะคะ ผมดำเยอะมาก แล้วเป็นเด็กผู้หญิงที่ค่อนข้างจะแข็งแรง เสียงดังด้วย เวลาร้องทีญาติๆ ทุกคนต้องวิ่งมาดู เหมือนเป็นจุดส่วนรวมของครอบครัวเลยค่ะ

 

*** สามารถติดตามบทความทั้งหมดได้จากนิตยสาร Woman’s Story ฉบับที่ 238