| ปริษา ปานะนนท์ - ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด |
|
ปริษา ปานะนนท์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บริษัทไปรษณีย์ไทย ถือได้ว่าเป็นอีกองค์กรที่คงอยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนานกว่า 125 ปี แล้วนะคะ ก็ตั้งแต่ยุคสมัยที่บ้านเมืองของเรายังไม่มีโทรศัพท์เข้ามาให้ใช้กันเลยนั่นแหละค่ะ ซึ่งผู้หญิงเก่งที่เราจะพาไปรู้จักคนนี้ เธอก็มีความเกี่ยวข้องกับองค์กรดังกล่าวโดยตรง เป็นคนที่ดูแลภาพลักษณ์ และสิ่งที่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารการตลาดทั้งหมดของบริษัทไปรษณีย์ไทยเลยก็ว่าได้ มาทำความรู้จักกับตัวตนและไลฟ์สไตล์การทำงานที่น่าสนใจของเธอกับ คุณน้ำ – ปริษา ปานะนนท์ แหม ! เห็นใบหน้าสวยๆของเธอเริ่มคุ้นๆกันบ้างแล้วใช่มั้ยล่ะคะ เพราะเธอเป็นอดีตดารานักแสดงที่มากฝีมือนั่นเองค่ะ
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ตอนนี้ก็ทำมา 2 ปีกว่าแล้วค่ะ(ยิ้ม) ซึ่งงานที่ทำก็จะดูแลเกี่ยวกับในเรื่องของแบรนด์ไปรษณีย์ไทยทั้งหมด สื่อสารองค์กร สื่อสารภาพลักษณ์ แล้วก็สื่อสารการตลาด คือจะดูในเรื่องของการสื่อสารทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสินค้า บริการต่างๆ ของบริษัทไปรษณีย์ไทย แล้วก็จะมีในส่วนของกิจกรรมเพื่อสังคม CSR แบรนด์ดิ้งต่างๆ รวมทั้งการผลิตสื่อทุกแขนงของไปรษณีย์ไทย ทั้งโฆษณา สิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ และวารสารภายใน การสื่อสารภายในองค์กรด้วย นอกจากนี้ก็จะมีไปดูงานตามต่างจังหวัดเพื่อรณรงค์สร้างแบรนด์ คือทางบริษัทจะให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์มาก ซึ่งตัวเราก็จะทำหน้าที่สร้างความเข้าใจให้กับพนักงานว่าแบรนด์คืออะไร ไม่ใช่แค่การออกโล้โก้มาเป็นสัญลักษณ์ มันอยู่ที่เรื่องของมาตรฐานการให้บริการ ต้องทำยังไงลูกค้าถึงจะประทับใจ เกิดความภักดีในตราสินค้า ก็ต้องออกไปรณรงค์กัน โดยผู้บริหารทุกคนก็จะออกไปตั้งแต่ระดับเบอร์หนึ่งไล่ลงมาเลย ทั้งนี้ก็จะมีการทำอีเว้นท์ทั่วประเทศ ไปตรวจเยี่ยมที่ทำการไปรษณีย์ตามที่ต่างๆ ว่าเขามีอะไรให้เราต้องเข้าไปช่วยเหลือรึเปล่า คือฝ่ายสื่อสารการตลาดจริงๆ จะสังกัดอยู่ภายใต้สายงานการตลาดและพัฒนาธุรกิจ เพราะฉะนั้นต้องดูในภาพรวมของการตลาดด้วยเหมือนกัน
แรกๆ ที่เรียนจบปริญญาตรีก็ได้เข้าทำงานที่ช่องยูทีวี ซึ่งตอนนี้คือ ทรูวิชั่นนะคะ พอออกจากยูทีวีก็ได้ไปทำงานเกี่ยวกับการตลาดอยู่ที่ช่อง 3 ก็จะดูงานที่เป็นกิจกรรมต่างๆ ของทางช่อง และเป็นอะไรที่เยอะมากเหมือนกัน แล้วมันมีอยู่งานหนึ่งที่ต้องมาติดต่อกับทางบริษัทไปรษณีย์ไทย ก็เลยมีโอกาสได้รู้จักกัน หลังจากนั้นก็มีการติดต่อไปมาหาสู่กันอยู่เรื่อยๆ ทีนี้พองานมันมีเริ่มมีปัญหาอะไรสักอย่างนิดหน่อย ก็เข้ามาคุยกับทางผู้บริหารของไปรษณีย์ไทย จริงๆ ตอนนั้นมาเพื่อคอมเพลน(หัวเราะ)เพราะว่าเขาเป็นลูกค้า ผู้บริหารท่านก็เห็นแววเลยชวนมาทำงานด้วยกัน ที่จริงก็ทำงานกับทางช่อง 3 มา 10 ปีแล้วมันก็เริ่มอิ่มตัวนะ น้ำเองก็อยากจะหางานที่มันท้าทายมากยิ่งขึ้น แล้วก็ระยะหลังที่ทำรายการอยู่กับช่อง 3 จะเป็นช่วงครอบครัวตัวละคร ละครเรื่องธรรมะติดปีก แดจังกึม หมอโฮจุน ซึ่งเป็นอะไรที่เพื่อสังคมมากๆ ก็เลยมีโปรเจ็คว่าอยากจะทำอะไรเพื่อสังคมเยอะๆ แต่ว่าด้วยรูปแบบของธุรกิจ มันก็ส่งผลให้มาทำอะไรตรงนี้ยังไม่ได้มาก ก็เลยมององค์กรของรัฐว่าบริษัทไปรษณีย์ไทยมันยังเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่นะ อยากมาทำอะไรให้ประเทศชาติบ้าง ตัดสินสินใจอยู่ประมาณเดือนหนึ่งนะคะก่อนที่จะมาสมัคร แล้วก็ศึกษาข้อมูลขององค์กรทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งช่วงนั้นก็ได้มาติดต่อที่นี่บ่อยด้วย(หัวเราะ) ก็เห็นเว็บไซต์ของเขามีกิจกรรม ออกค่ายให้เด็ก ผจญภัยรักในหลวง มีอะไรที่มันดูดีน่าทำ ค่อนข้างเข้าท่าแล้วก็ตรงกับโปรเจ็คที่ตัวเองต้องการจะทำก็มาลองสมัครดู แล้วเขาก็รับ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ได้เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดของบริษัทไปรษณีย์ไทยแห่งนี้ค่ะ
แตกต่างมากค่ะ คือด้วยระบบของราชการกับระบบของภาคเอกชนมันก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการนำเสนองาน ขั้นตอน ระเบียบการปฏิบัติ การจัดซื้อจัดจ้าง อะไรต่างๆ มันก็จะมีความเข้มงวดเข้มข้นมากกว่าในส่วนของภาครัฐนะคะ ส่วนเรื่องวิธีหรือว่าสไตล์การทำงานมันก็ต่างเช่นกัน เพราะแต่ละที่ก็แตกต่างกัน ก็ต้องมาเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด จริงๆ ไม่ว่าจะไปทำงานที่ไหนก็ตามมันต้องมีการเรียนรู้งานใหม่อยู่แล้วถึงแม้จะเป็นบริษัทเอกชนบางที่มันก็มีวัฒนธรรม มีข้อปฏิบัติขององค์กรที่ต่างกันไป ซึ่งตรงนี้พอเปลี่ยนที่ใหม่แน่นอนว่าก็ต้องมาเรียนรู้ที่จะทำงาน มารู้จักเพื่อนร่วมงาน เรียนรู้ชีวิตการทำงานใหม่ๆ คือมันต้องปรับตัวตลอดเวลาน่ะค่ะ ณ ตอนนี้ก็ยังต้องเรียนรู้งานอยู่เรื่อยๆ คือมีโปรเจ็คอะไรที่อยากทำ หรือยังไม่ได้ทำอีกเยอะ แรกๆ ก็คิดว่าพอมาทำงานกับภาครัฐหรือว่ารัฐวิสาหะกิจงานอาจจะไม่เหนื่อยมากเท่าไร เข้างาน 8 โมงเช้า 4 โมงเย็นก็กลับบ้านแหละ มองภาพไว้แบบนั้นนะคะ เพราะตอนทำงานอยู่ที่ช่อง 3 ค่อนข้างเหนื่อยพอสมควร(ยิ้ม) ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ไม่เลยค่ะ งานหนักมาก(หัวเราะ) มีงานต้องทำเยอะ ด้วยความที่ทางบริษัทไปรษณีย์ได้ปรับตัวให้ดูเป็นรูปแบบของบริษัทมากขึ้นแล้วก็การทำงานก็ต้องหาลูกค้าเพิ่มมากขึ้นด้วย แต่ก็มีความสุขดี คือไม่ว่าจะทำงานอยู่ที่ไหนก็มีความสุขอยู่ที่เราจะมีมุมมองกับชีวิตการทำงานกับที่นั่นยังไง ช่วงอยู่ที่ช่อง 3 ก็เป็นที่ทำงานที่มีความสุขที่สุดเหมือนกัน เพราะไม่ว่าจะเป็นเจ้านายหรือว่าเพื่อนร่วมงานก็น่ารักทุกคน ก็มีความผูกพันปัจจุบันก็ยังติดต่อกันอยู่ มาที่นี่ก็เหมือนกัน เพียงแต่ว่ารู้สึกว่ามันอาจจะยังบริหารจัดการตัวเองได้ไม่ดี เหมือนกับงานมันเข้ามาเยอะก็ยังมีอะไรที่ต้องปรับปรุงอีก ก็เป็นความท้าทายที่สมน้ำสมเนื้อแล้วกับตอนแรกที่ต้องการเลยค่ะ(หัวเราะ)
จริงๆ มันก็ต้องมีปัญหาบ้าง เพราะว่าเหมือนกับที่นี่คนจะเข้ามาตั้งแต่เป็นระดับเล็กๆ แล้วค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาเหมือนราชการทั่วไป ฉะนั้นการที่เราเป็นคนนอกเข้ามาเลย มันก็เหมือนกับว่าจะต้องได้รับการท้าทาย ได้รับการต่อต้านบ้าง ซึ่งก็เป็นในระยะแรกๆ เท่านั้นเองค่ะ พอได้พิสูจน์ตัวเองว่าเราเข้ามาด้วยความสามารถ เรามีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจที่จะทำงานตรงนี้ให้ได้ดีๆ พี่ๆ ที่อยู่ก่อนหน้าเราหรือว่าอะไรก็ให้ความร่วมมือดี เรียกได้ว่าเป็นคนที่โชคดีมากที่มีทีมที่ดี น่ารักทุกคน คือทุกคนยอมตั้งใจทำงาน และให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ น้ำก็คิดว่าถ้าเราให้ความจริงใจ ให้เกียรติทีมงาน ยอมรับฟังความคิดเห็นของทุกคน เชื่อว่าเราก็จะได้รับสิ่งนั้นกลับคืนมาเช่นกัน ก็จะเห็นได้ว่าห้องทำงานของน้ำจะเปิดประตูเอาไว้ตลอดเวลา มีอะไรก็จะเดินเข้ามาพูดคุยกันได้ ซึ่งค่อนข้างจะตรงๆ แล้วก็แชร์กันในทุกๆ เรื่องร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วยกันค่ะ *** สามารถติดตามบทความทั้งหมดได้จากนิตยสาร Woman’s Story ฉบับที่ 239
|