Woman's Story Magazine *-* นิตยสารออนไลน์สำหรับผู้หญิง
เลี้ยงลูกแบบเน้นให้ช่วยแหลือตัวเอง - อรอนงค์ ปัญญาวงศ์

 

 

เลี้ยงลูกแบบเน้นให้ช่วยแหลือตัวเอง

อรอนงค์ ปัญญาวงศ์

          ใครหลายคนอาจจะเคยเห็น น้องอร หรือ อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ ในหลากหลายบทบาทหน้าที่ตั้งแต่จากเวทีนางสาวไทยจนมาถึงงานละครต่างๆ ที่ผ่านมา แต่อาจจะยังไม่เคยได้เห็นบทบาทการเป็นคุณแม่คนเก่งของลูกๆ อย่างน้องอองรี กับน้องอองตอง ลูกชายวัยซนทั้งสองคนของเธอนะคะ แหม ! ตอนนี้เรียกว่ากำลังน่ารักแสนซนเลยเชียวล่ะค่ะ น้องทั้งสองคนกำลังเติบโตขึ้นจากการเลี้ยงดูของคุณแม่อร ซึ่งใส่ใจทุกรายละเอียดเพื่อเลือกสรรสิ่งดีๆ ให้กับลูกทั้งสอง และด้วยเหตุนี้นี่เองทางทีมงานของเราจึงไปตามติดขอบเวทีการเลี้ยงลูกของคุณแม่นางงามคนสวย เรามาดูกันสอว่าเธอคนนี้จะมีเคล็ดลับดีๆในการเลี้ยงลูกอย่างไรกันบ้าง...  

ตอนนี้มีน้องถึงสองคนแล้ว ตอนตั้งครรภ์เป็นอย่างไรบ้างคะ

ท้องแรกกับท้องสองไม่แตกต่างกันเลยค่ะ คือไม่แพ้ท้องเลย(ยิ้ม) น้ำหนักขึ้นดีมากๆ(หัวเราะ) แต่ว่าจะมีลักษณะการทานอาหารที่แตกต่างไปจากเดิมค่ะ อย่างท้องแรกชอบทานอาหารญี่ปุ่น  ส่วนท้องสองจะชอบทานอาหารที่รสจัดขึ้น ประเภทแกง น้ำพริกอะไรแบบนั้น แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีผลพวงมาถึงลูกรึเปล่า เพราะพอคลอดออกมาแล้ว ลูกเริ่มโตมาเค้าก็จะมีการทานแตกต่างกันคือคนโตจะชอบทานอาหารญี่ปุ่น เวลาเห็นเป็นพริกไทยนิดเดียวเค้าก็จะว่าเผ็ด ส่วนลูกคนเล็กก็จะชอบทานอะไรที่รสจัด ทานน้ำซุป หรืออะไรที่มีรสจัดนิดหนึ่ง ถ้ามีรสเผ็ดหน่อยๆ เค้าก็ทานได้ ก็อาจจะส่งผลมาจากตอนที่ท้องเค้าค่ะ(ยิ้ม) นอกจากนี้อย่างอื่นในท้องแรกรู้สึกว่าจะบำรุงได้เยอะกว่าท้องสองค่ะ อย่างท้องแรกจะดื่มน้ำมะเขือเทศเป็นประจำแบบเต็มที่ พอมาท้องสองจะได้ทานบ้างไม่ได้ทานบ้าง(หัวเราะ) เพราะบางทีลูกคนโตก็มาแย่งทานของแม่ด้วย(หัวเราะ) ก็เลยมีความรู้สึกว่าคนโตจะมีผิวดีกว่าคนเล็กหน่อยหนึ่งค่ะ

พอรู้ตัวว่ากำลังจะมีน้องมีการบำรุงอะไรเป็นพิเศษไหมคะ

            ปกติทั่วไปของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ค่ะ ก็อยากให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรง อันไหนที่มีประโยชน์ก็ทาน แต่โดยหลักๆ ก็ไม่ได้ทานอะไรที่เป็นคาร์โบไฮเดรต หรือไขมันอะไรเยอะนะคะ แต่ด้วยสรีระ บวกกับโครงสร้างของตัวเองก็เลยทำให้ดูตัวใหญ่มากค่ะ(หัวเราะ) แต่พอหลังจากนั้นก็คือลดลงได้ แล้วร่างกายก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติค่ะ(ยิ้ม)

วิธีการดูแลเลี้ยงลูกของคุณแม่อรเป็นอย่างไรบ้างคะ

            พี่อรจะเน้นในเรื่องของการดูแลอย่างใกล้ชิดมากกว่า ที่สำคัญเลยคือ ที่บ้านจะไม่ได้มีพี่เลี้ยง ก็จะมียาย มีป้า มีหลานของพี่อรมาช่วยเลี้ยงด้วย เพราะฉะนั้นเค้าก็จะไม่รู้จักคำว่าคนใช้ แล้วก็จะบอกลูกว่าบ้านเราไม่มีคนใช้นะ บ้านเรามีแต่ญาติ อย่างคนโตบางทีเวลาเค้าทำอะไรเค้าจะชอบขอให้เอาโน่นให้หน่อย เอานี่ให้หน่อย พี่อรก็จะบอกลูกว่าเราเป็นเด็กนะ อันไหนที่สามารถทำเองได้ก็ให้ทำ แต่เค้าก็กำลังเริ่มปรับตัว ถือว่าเค้าก็ยังไม่โตเท่าไรแค่ 4 ขวบเอง(ยิ้ม) ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มสอนให้เค้าช่วยตัวเองมากขึ้น อันไหนที่สามารถให้ลูกทำเองก็ให้เค้าทำเอง การมีลูกสองคนพี่อรก็ว่ามันได้อีกรสชาติหนึ่งของการได้เป็นแม่ คือถ้าเรามีลูกคนเดียว ก็อาจจะสปอยลูก ดูแลลูกเอาใจเค้ามาก แต่พอมีสองคนปุ๊บเราก็ต้องแบ่งมาดูแลคนเล็กด้วยว่าเป็นยังไง  แล้วก็พยายามดูว่าลูกมีความสนใจกับการเรียนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งถ้าเป็นไปได้แม้ว่าลูกจะเรียนพิเศษกับครูที่โรงเรียน คนเป็นพ่อเป็นแม่คนที่มีหน้าที่ดูแลเค้าก็ควรจะให้ความดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด คือให้เค้าได้โต้ตอบได้คิด หรือได้เรียบเรียงกับสิ่งที่เค้าเจอมาในแต่ละวัน มันก็จะทำให้ทักษะในการคิด หรือกระบวนการความคิดของเค้าน่าจะดีขึ้นด้วยค่ะ

มีลูกสองคนแบบนี้มีวิธีปลูกฝังให้พี่น้องรักและช่วยเหลือกันอย่างไรบ้างคะ

            จะพยายามบอกเค้านะคะว่าอองรีมีน้องอยู่คนเดียวนะ เพราะฉะนั้นอองรีก็ต้องดูแลน้อง(ยิ้ม) อย่างปีหน้าน้องจะเข้าโรงเรียนกับอองรีแล้วอองรีต้องเป็นพี่ที่ดีนะลูก คือก็ค่อยๆ พูดไป บางทีเค้าก็ฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง(หัวเราะ)  แต่คือยังไงก็ให้ได้ยินบ้าง ส่วนเรื่องการดูแลพี่อรก็จะบอกลูกว่า อองรีอยากจะดูแลคุณแม่ใช่มั้ย ถ้างั้นอองรีต้องฝึกตั้งแต่วันนี้ไปเลยนะ ฝึกดูแลน้องก่อน เวลาน้องจะทำอะไรอองรีต้องดูแลน้องก่อน อย่าไปแกล้งน้อง ซึ่งด้วยความรับผิดชอบในวุฒิภาวะของเด็กมันก็ยังไม่ถึง แต่ว่าด้วยความที่เราเป็นแม่ หรือว่าครอบครัวอื่นที่ต้องดูแลลูก พี่อรว่าพูดเยอะๆ เข้าไว้ค่ะ พูดให้เค้าได้ยิน ให้ผ่านหูเข้าไว้ เหมือนเวลาไปโรงเรียนที่เค้าไปท่องอะไรมานะคะ ซึ่งตรงนี้เราก็ต้องรับฟังลูกด้วย อย่างบางทีเค้ากลับมาจากโรงเรียนใหม่ๆ หรือเวลาไปเรียนวิชาอะไรที่เค้าชอบ พอกลับมาบ้านเค้าก็จะให้เราหาของให้เพื่อที่เค้าจะได้ทดลองทำ เราก็ต้องฟังความคิดเห็นของเค้าด้วย

 

*** สามารถติดตามบทความทั้งหมดได้จากนิตยสาร Woman’s Story ฉบับที่ 239